วิธีทำสมาธิง่ายๆ
ในการปฏิบัติสมถะสมาธิ การทำสมาธินั้นมีครูบาอาจารย์มากมายหลายท่านได้กล่าวไว้อย่างชัดเจน และก็แบ่งออกไว้ได้หลายแบบด้วยกัน ส่วนตัวผมเองนั้นคงไม่อาจจะเทียบชั้นกับครูบาอาจารย์ท่านได้ แต่ผมขออนุญาตกล่าวถึงการทำสมาธิแบบบ้านๆก็แล้วกัน การปฏิบัติสมาธินั้นก็มีมากมายหลากหลาย สุดแต่ใครจะถนัดเช่นไร ซึ่งการทำสมาธิจะมีสองลักษณะคือ การมีสมาธิแบบธรรมชาติ กับ การทำสมาธิแบบสร้างขึ้น
#สมาธิแบบธรรมชาติ คือการมีสมาธิขณะทำงาน มีสมาธิต่อการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ เช่น อ่านหนังสือ เล่นกีฬา ทานอาหาร อย่างนี้ก็เป็นสมาธิแต่จะไม่มีการสะสมพลังจิต
#การทำสมาธิแบบสร้างขึ้น คือการปฏิบัติสมาธิ เช่น อานาปานสติ มโนมยิทธิ กสิน อศุภกรรมฐาน หรืออย่างอื่นๆ แบบนี้เป็นการฝึกสมาธิ เป็นการเพิ่มพูลพลังจิต และสามารถสะสมพลังจิตได้ การทำสมาธิแบบบ้านๆนี้ผมจะขอพูดแบบเริ่มต้นเลยก็แล้วกัน โดยที่ผมจะขอใช้อานาปานสติเป็นต้นแบบ การเริ่มต้น
#อธิษฐาน การเริ่มทำสมาธิแบบเป็นรูปแบบนั้นจะเริ่มจากคำอธิษฐาน หรือการสวดมนต์ก็ได้ตามสะดวก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ในแต่ละครูบาอาจารย์ ในส่วนตัวผม จะได้รับคำแนะนำจากครูบาอาจารย์ ว่า ข้าพเจ้าขอระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระสังฆเจ้า คุณบิดามารดา คุณครูอาจารย์ โปรดดลบันดาลให้ใจของข้าพเจ้ากลายเป็นสมาธิ ขอผลบุญที่ข้าพเจ้าทำสมาธิส่งไปถึง นายเวรที่มีถึงตัวข้าพเจ้า นายเวรทั้งหลาย นายเวรที่ละวางไปแล้ว ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวของกับข้าพเจ้าทั้งหมด พุท โธ ๆ ๆ

#ท่านั่ง ในส่วนของท่านั่งนี้ก็มีส่วนสำคัญ เพราะท่านั่งนั้นจะทำให้เราสามารถทำสมาธิได้นาน หรือไม่ ท่านั่งก็มีส่วนสำคัญ ในส่วนของท่านั่งนั้นจะมีสามลักษณะ คือ ขัดสมาธิชั้นเดียว ขัดสมาธิสองชั้น และขัดสมาธิเพชร ทั้งนี้ขึ้นอยู่ตามความถนัดของแต่ละคน
#ลักษณะของมือ คือ การวางมือในลักษณะต่างๆ ก็มีการวางหลายๆท่า เช่น มือขวาทับมือซ้าย, มือซ้ายทับมือขวา, มือขวาวางบนเข่าขวา มือซ้ายวางบนเข้าซ้าย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้เรียนรู้มา โดยส่วนตัวผม นั้นท่าไหนที่นั่งได้สบาย ก็ใช้ท่านั้น
#ลักษณะลำตัว นั้นลำตัวควรตั้งตรง ให้หายใจได้สะดวกไม่แน่น ไม่อึดอัด ไม่บังคับ ในท่าที่สบายๆ โดยส่วนตัวผมนั้นก็เป็นการนั่งในลักษณะลำตัวที่ตั้งตรง
#การหลับตา ในส่วนนี้จะหลับตา หรือลืมตา ก็ได้ตามสะดวก ของแต่ละท่าน หากผมจะแนะนำนั้นคงจะเป็นการหลับตา เพื่อลดอาการฟุ้งของจิต เนื่องจากภาพต่างๆที่มองเห็น การหลับตาก็ควรจะหลับตาเบาๆไม่เกร็ง ไม่เน้น เห็นแต่ความมืด ที่เกิดขึ้น
#การหายใจ ในส่วนของการหายใจนั้นก็ให้หายใจแบบปกติ ไม่บังคับ ไม่เกร็ง ให้หายใจเข้าและออกตามปกติ สบายๆ ในส่วนตัวผมนั้นจะหายใจ ให้ลมหายใจขึ้นด้านบนในโพงจมูกจะรู้สึกเย็นๆ ในโพรงจมูก แล้วขึ้นไปเย็นๆที่หัว จะทำให้ศีรษะโล่งๆ
#คำภาวนา ในส่วนของคำภาวนานั้น จะใช้คำภาวนาคำใด้ก็ไม่ผิดนัก ไม่ว่าจะเป็น พุท-โธ , สัมมาอรหัง, นะมะพะธะ จะเป็นคำใดก็ได้ตามชอบใจ จะภาวนาให้เข้ากับลมหายใจ ให้พอดีกันกับลมหายใจ หรือไม่ต้องสนใจลมหายใจเลยก็ได้ ลมหายใจ กับคำภาวนาไม่ไปทางเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้ปฏิบัติ โดยส่วนตัวผมนั้น จะใช้คำภาวนาว่า พุท โธ ในลมหายใจที่พอดีกันกับคำภาวนา หายใจเข้าพุทธ หายใจออกโธ ให้ลมหายใจสิ้นสุดที่คำพอดี เพราะทำแล้วรู้สึกว่านิ่งดี ครับ
#การวางอารมณ์ ในส่วนของอารมณ์นั้น คงอธิบายยากนิดหนึ่ง แต่ให้เข้าใจว่าเราสบายใจ ไม่บังคับ ไม่เกร็ง หากผมจะแนะนำนั้นคงต้องให้จินตนาการว่าเรายืนอยู่ในทุ่งหญ้าที่เขียวขจี หรือท้องทะเลที่กว้างใหญ่พื้นน้ำสีฟ้า เรามองไปที่จุดบรรจบกันระหว่างท้องฟ้ากับทุ่งหญ้า หรือท้องฟ้ากับน้ำทะเล นั่นแหละครับอารมณ์นั้นขอให้จำอารมณ์แบบนั้น แต่ไม่มีการบังคับให้อารมณ์เป็นเช่นนั้น เพราะอารมณ์นั้นจะเกิดขึ้นมาเองจะไม่ควรยึด แต่เพียงให้รู้ว่าเป็นแบบนั้น ครับ

#การเกิดเวทนา แน่นอนครับไม่ว่าจะปฏิบัติมากหรือน้อย ย่อมเกิดเวทนาอย่างแน่นอน แต่เมื่อเกิดเวทนาการแก้เวทนานั้นจะมี 3 แบบคือ
1.สูดลมหายใจลึกๆ เมื่อเกิดเวทนา เช่นรู้สึกปวดหลัง จิตจะไปจับแต่ปวดหลังทำให้คิดกังวลแต่ว่าเราปวดหลัง การแก้ให้สูดลมหายใจลึกๆ จิตจะวิ่งไปจัยที่ลมหายใจแทน แล้วสมาธิก็จะกลับมาเช่นเดิม
2.กลั้นลมหายใจ เมื่อเกิดเวทนา จิตจะกลัวว่าจะตายมันจะกลับมาจับที่ลมหายใจอีก ทำให้ไม่สนใจความเจ็บปวดนั้นอีก
3.ตามรู้ การตามรู้ก็เป็นหนทางการแก้เวทนาที่เกิดขึ้น แต่การตามรู้นั้นจะไม่ปรุงแต่งให้จิตเกิดความฟุ้งซ่าน นี้ก็เป็นวิธีการแก้เวทนาเบี้องต้นที่เกิดขึ้น ส่วนท่านใดมีวิธีการแก้อาการเวทนาเบื้องต้น นี้ก็สามารถปฏิบัติได้ตามสะดวกครับ
#การอุทิศบุญแผ่เมตตา เมื่อญาติธรรมนั่งสมาธิ เป็นที่เรียบร้อยตามระยะเวลาที่กำหนด แล้วนั้น จะทำความรู้สึกตัวอีกครั้งโดยค่อยๆขยับมือขยับเท้าให้เลือดลม ไหลเวียนดี ตามเดิม จากนั้นให้อุทิศผลบุญจากการทำสมาธิ และแผ่เมตตา จะใช้บทแผ่เมตตายทไหนก็ได้ตามสะดวก การแผ่เมตตานี้เพื่อเป็นการทำให้จิตเกิดความเมตตาต่อบุคคล และสรรพสัตว์
เหล่านี้เป็นการปฏิบัติแบบสมถะสมาธิ ส่วนวิปัสสนาสมาธิ นั้นคงต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ทั้งนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวและก็มีครูบาอาจารย์ที่ท่านเมตตาคอยแนะนำครับ
#เคล็ดลับ ยังมีเคล็ดลับอีกว่า หากฝึกสมถะควรมีการฝึกแบบนั่งสมาธิ กับการเดินจงกรมควบคู่กันไป หากถามว่าจะเดินจงกรมก่อนหรือ นั่งสมาธิก่อน หากจะตอบก็คงจะตอบว่าดูที่อารมณ์ครับ หากอารมณ์ฟุ้ง ให้เดินจงกรมก่อน หากมีอารมณ์สงบให้นั่งสมาธิก่อน แต่ก็ควรจะนั่งสมาธิกับ เดินจงกรมในเวลาใกล้เคียงกันหรือเท่ากันครับ

………………………………
#อาจารย์ภณทัต_แสนสัมฤทธ์

คนเห็นกรรม

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here