หน้าแรก เห็นกรรม เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะ “กินของอาถรรพ์” โดย คนเคลียร์กรรม

เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะ “กินของอาถรรพ์” โดย คนเคลียร์กรรม

501
0

กลืนกิน วัตถุอาถรรพ์

ผมต้องผจญกับการเฉียดตายจากไสยเวทย์มาหลายครั้งส่วนใหญ่แล้วถูกกระทำจากผู้ชำนาญทางไสยเวทย์โดยการนำพามาจากผู้บริหารมากกว่าในครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมโดนโดยบังเอิญ หรือจะเรียกว่าคราวซวยก็ย่อมได้ เริ่มเลยก็แล้วกัน  วันหนึ่งก่อนเปิดเรียน ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่นักเรียน โดยจัดให้นักเรียนเข้าค่ายอบรม
ณ จังหวัดหนึ่ง การเข้าค่ายอบรมจะอบรมกัน 2 คืน 3 วัน ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น  ประเด็นมีอยู่ว่าตอนก่อนจะเดินทางก็มีการนัดแนะนักเรียนมาพร้อมกันในเวลา 6.00 น.  รถจะเดินทางจากโรงเรียนไปสถานที่อบรมเวลา 7.30 น. ด้วยความเผลอเลอของผมเอง ผมไม่ได้กินข้าวเช้าไป ไปถึงสถานที่จัดอบรมก็เป็นเวลาประมาณ 11.00 น. ผมรู้สึกหิวข้าว พอดีกับรถที่ผู้บริหารนั่งมามีเพื่อนของผมนั่งมาด้วยเขาบอกว่าในรถมีข้าวโพดพร้อมกับส่งให้ผม ด้วยความหิว ผมไม่ได้ถามก่อนว่าข้าวโพดของใครจึงรีบเอามากิน เมื่อกินเสร็จผมจึงถามว่าข้าวโพดนี้พี่ซื้อจากไหน เพื่อนผมตอบว่าพี่ไม่ได้ซื้อหรอกผู้บริหารแกให้แวะข้างทางแล้วซื้อมา อ๋อเหรอผมพูด ในตอนนั้นผมเองก็ไม่ได้คิดอะไร เวลาก็ล่วงมาถึงตอนเย็น ทางสถานที่ที่จัดอบรมได้จัดให้มีการทำวัตรเย็น ผมก็เข้าร่วมสวดมนต์ด้วย เมื่อสวดไปถึงตรงบทสวดอิติปิโส ผมรู้สึกได้ถึงอาการแปลกๆ  คือแน่นบริเวณหน้าอก คลื่นไส้ ในตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าน่าจะเหนื่อยจากการเดินทางคงไม่เป็นอะไรมาก  วันนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีในวันรุ่งขึ้นตอนเช้าทางสถานที่จัดอบรมก็จัดให้มีกิจกรรมทำวัตรเช้าผมก็เข้าร่วมการสวดมนต์ด้วย  อาการที่รู้สึกเมื่อเย็นวานก็กลับมาอีกผมรู้สึกแปลกใจในทันที  เมื่อมาถึงกิจกรรมนั่งสมาธิผมก็ร่วมนั่งด้วยก็เกิดอาการแปลกๆมากขึ้นกว่าเดิม ก็คือหัวใจที่เต้นตามปกติ

กลับเต้นเร็วและแรงเหมือนคนออกกำลังกายมาใหม่ๆ  ผมทนดูอาการนี้จนกิจกรรมทำสมาธิเสร็จสิ้นกินเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อผมถอนสมาธิหัวใจที่เต้นเร็วและแรงอยู่เมื่อสักครู่นี้ก็มีอาการสงบลง  ช่วงนี้ทางสถานที่จัดการอบรมให้นักเรียนทำภารกิจส่วนตัว ผมกับเพื่อนก็พากันเดินสำรวจสถานที่กัน เดินขึ้นเขาไปก็พบกับโบสถ์ที่พระท่านทำวัตรกันผมกับเพื่อนต่างคุยกันว่าเป็นสถานที่สงบเงียบดีเหมาะแก่การนั่งสมาธิเดี๋ยวช่วงบ่ายหลังจากนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเรามานั่งสมาธิกัน ผมตอบตกลงในทันทีต่อมาเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พวกผมก็พากันไปในโบสถ์นั้น สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็คือพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์สีทองพวกผมต่างพากันก้มกราบแล้วพากันแยกย้ายกันเพื่อทำสมาธิ ผมเลือกนั่งตรงหน้าของพระพุทธรูป ก่อนนั่งสมาธิผมก้มลงกราบและขอพรจากท่าน ผมจึงทำสมาธิเมื่อทำสมาธิได้ประมาณไม่ถึงนาทีก็รู้สึกแน่นตรงบริเวณหน้าอก หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติอาการที่แน่นบริเวณหน้าอกก็เลื่อนขึ้นมาที่คอ ผมรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ได้จึงถอนสมาธิแล้วรีบวิ่งออกมาจากโบสถ์ก็อาเจียนออกมาผมสังเกตสีของมันว่ามีสีคล้ำกว่าปกติทำให้ผมตกใจและต้องเข้าใจว่าผมโดนของเสียแล้ว  เมื่อมีอาการดีขึ้นจึงเดินเข้าไปนั่งตรงบริเวณเดิม เพื่อนที่มากับผมก็ถามผมว่าเกิดอะไรขึ้นผมบอกว่าโดนของและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง เพื่อนผมถามต่อว่าคนอื่นที่กินไม่เห็นเป็นอะไรเลย  ผมตอบว่าคนอื่นที่กินเข้าไปเขาไม่มีสมาธิเพื่อต่อต้านเขาก็เลยมีอาการปกติแต่มันจะแสดงออกมาเมื่อเขาต้องการหรือถึงเวลา ส่วนของผมที่แสดงอาการน่าจะมีสาเหตุเพราะผมมีสมาธิขับออกมันก็เลยมีอาการต่อต้านแสดงให้เห็นเหตุการณ์นั้นผ่านไปได้เพราะผมอาศัยบารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุ้มครองต่อจากนั้นมาผมจะมีอาการแปลกๆเมื่อตกเวลาเย็นคือจะมีอาการตุ่มขึ้นตามร่างกาย ตุ่มที่ว่าจะมีลักษณะเหมือนแมลงมีพิษกัดต่อย ครั้นถึงตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นอาการทุกอย่างก็ทุเลาลงเป็นแบบนี้เรื่อยมา  ผมเองใช้วิธีรักษาตัวโดยการนั่งสมาธิสวดมนต์ ขอบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ช่วยในการรักษาตัวอาการตอนนี้ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีอาการอยู่บ้าง  นี้ก็คงเป็นกรรมของผมอย่างหนึ่งเช่นกันที่ผมได้ทำกับคนอื่นไว้ตอนนี้ก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป โดยที่ผมไม่รู้ว่าอาการที่เป็นอยู่จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เอาเป็นว่าก็จะใช้บารมีของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ต่อไป

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here