หน้าแรก เห็นกรรม นายเวรทวงกรรม ต้องถูกผ่าตัดเพราะ อดีตชาติเคยทุบหัวควาย

นายเวรทวงกรรม ต้องถูกผ่าตัดเพราะ อดีตชาติเคยทุบหัวควาย

638
0

ควาย หรือ กระบือ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับคน ถูกนำมาใช้ในงานเกษตรกรรมของประเทศทางเอเซียมากที่สุด เพราะชาวนานิยมเลี้ยงควายเป็นแรงงานเพื่อไว้ไถนา บ้างก็ใช้ควายเป็นพาหนะ เป็นสัตว์ลากจูง ในการเข้าไปทำไร่ทำนา ในประวัติศาสตร์ชาติไทย แม้แต่นายทองเหม็นแห่งหมู่บ้านบางระจัน ก็ขี่ควายออกไปรบ หรือบางถิ่นบางที่ก็ฆ่าควายเพื่อเป็นอาหาร ควายจึงมีประโยชน์หลายประการ ปัจจุบันมีควายให้พบเห็นน้อยลง ควายเป็นสัตว์มีสี่ขา เท้าเป็นกีบ ตัวขนาดใกล้เคียงกับวัว ในช่วงเต็มวัยจะมีอายุระหว่าง 5-8 ปี น้ำหนักตัวผู้โตเต็มวัยโดยประมาณ 520-560 กิโลกรัม ตัวเมียหนักประมาณ 360-440 กิโลกรัม มีผิวสีเทาเข้มจนถึงดำ (บางตัวมีสีชมพู หรือขาว เรียกว่า ควายเผือก) มีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ปลายเขาโค้งเป็นวงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ควายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลูกควายจะกินนมจนอายุประมาณ 1-2 ปี อายุควายโดยทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 25 ปี ที่เล่าเรื่องควายนี้จะสื่อความว่า การสร้างกรรมกับควายเป็นกรรมที่ไม่ควรทำด้วยเหมือนกัน ผมจะเล่าให้ฟังกับกรรม ที่เกิดขึ้น เป็นกรรมที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง
เมื่อเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ผมต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน จากอาการก้อนไขมัน เกิดขึ้นที่ บริเวณท้ายทอย ก้อนไขมันนี้มีขนาดประมาณ ใหญ่กว่าเหรียญ 10 บาทนิดหน่อย จับดูจะรู้สึกนิ่มๆ หากใครเคยกินขนมครก ก็จะเหมือนขนมครกคว่ำฝาไว้ ทั้งรูปร่าง ทั้งขนาด จับแล้วให้ความรู้สึกแบบนั้นอย่างไม่ผิดเพี้ยน หากจะนึกสภาพก็นึกถึงภาพของขนมครกที่มาวางแปะไว้ที่บริเวณท้ายทอย ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีอาการนี้จะเริ่มเมื่อต้นปี2558 ก็ราวๆเดือนมกราคม เหตุที่รู้เพราะช่างตัดผม ที่ผมใช้บริการประจำทักขึ้นมาว่า ที่หัวบรเวณท้ายทอย ของผมมีก้อนเนื้อโผ่ขึ้นมา ตอนนั้นก็ขนาดใกล้เคียงเหรียญบาท แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าคงไปถูกสัตว์มีพิษต่อยมา แต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไร จนมารู้สึกว่ามันมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้น ตอนต้นเดือนเมษายน 2559 ด้วยความสงสัยปนความกังวล หลังเทศกาลสงกรานต์ จึงเดินทางไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัด สระบุรี ผมเข้าไปติดต่อที่ฝ่ายรับลงทะเบียน เพื่อขอรับการตรวจ ถึงเวลาตรวจพยาบาลเรียกชื่อให้พบคุณหมอในห้องตรวจ เพื่อทำการวินิจฉัยอาการ ผมเข้าห้องตรวจกล่าวสวัสดีทักทายหมอ ตามมารยาท หมอก็ทักทายตอบ หมอถามถึงอาการ ผมก็บอกไปตามอาการที่เกิดขึ้น หมอจึงเอื่อมมือมาจับที่บริเวณท้ายทอย แล้วก็กดที่ก้อนไขมันนั้น แล้วหมอก็พูดขึ้นว่า
หมอ: ผ่าออกเลยไหม
ผม: (ได้ยินก็อึ่งๆเพราะยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไร ) ผ่า เลยหรือครับหมอ ไม่ผ่าจะเป็นอันตรายไหม
หมอ:(ยิ้ม) ไม่เป็นอันตราย แต่จะขยายใหญ่ขึ้น และจะรำคาญ มันเป็นก้อนไขมัน
ผม: หรอครับ ผ่าได้เลยหรอครับ
หมอ: ผ่าได้เลย บังเอิญวันนี้อาจารย์หมอ จากโรงพยาบาลศิริราช มาสอน แล้วท่านว่างพอดี
ผม: คับ…ครับ
หมอ: ครับ งั้นก็ผ่าเลยนะ
ผม: อุ้ย! อะผ่าก็ผ่า (ผมมันเป็นคนเชื่อคนง่ายอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยัง งง ๆ ว่าตอบอะไรไปหว่า)
หมอจึงกดกริ่งเพื่อเรียกพยาบาลให้พาผมเข้าห้องผ่าตัดในทันที่ ตอนนั้นเวลาก็ประมาณ 10.00 น. พยาบาลที่ท่าทางใจดี พาผมเข้าลิฟท์ แล้วกดลิฟท์ขึ้นมาที่ชั้น 4 ให้ผมเปลี่ยนเสื้อ ผ้า เป็นเสื้อผ้าของทางโรงพยาบาล ตอนนั้นหากใครเห็นผม ก็คงจะตลก ที่ลักษณะเหมือนคนงง ๆ เดินตามนางพยาบาลต้อยๆ ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ก็มีบุรุษพยาบาลนำรถเข็นมาให้ผมนั่ง ผมนั่งลงอย่างว่าง่าย โดยที่ไม่ต้องพูดซ้ำ บุรุษพยาบาลเข็นรถที่มีผมนั่งอยู่ มีนางพยาบาลเดินตามมาด้วยอีกคน จนมาถึงห้องผ่าตัด กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโชยมาเตะที่จมูกอย่างจัง ผมนึกในใจ “เอาแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับเราต่อไปเนี่ย เอาไงดี เอ้า! เอาไงเอากัน” นางพยาบาลเปิดประตู บุรุษพยาบาลเข็นรถจนมาถึงเตียง ที่ปูด้วยผ้าที่มีชื่อโรงพยาบาล ในส่วนตรงด้านบนของเตียงมีรูเจาะไว้ให้พอนำหน้าวางไว้ ในขณะที่นอนคว่ำ พยาบาลบอกให้ผมขึ้นไปนอนบนเตียงโดยนอนในท่าคว่ำหน้าลง โดยให้หน้าอยู่ในช่องว่างที่เจาะไว้ตรงบริเวณด้านบนของเตียง ผมทำตาม อย่างว่าง่าย เมื่อจัดท่านอนเรียบร้อยแล้ว ผมรู้สึกว่ามีน้ำอะไรหยดมาตรงบริเวณ ที่เป็นก้อนไขมัน แล้วมือของนางพยาบาล ก็มีขยี้เบาๆตรงเส้นผม แล้วเหตุการณ์ที่ผม ของผมถูกโกนก็เริ่มขึ้น เสียงเส้นผมถูกมีดโกนตัด ดังแกร๊กๆๆ ดังบาดเข้าไปในหู พลันภาพอะไรบางอย่างก็ผุดขึ้นในห้ว ภาพที่เห็นเป็นภาพของชายคนหนึ่งกำลังจูงควาย มายังหลักไม้หลักหนึ่งที่มีความสูงจากพื้นดิน ประมาณ 50 เซนติเมตร (แต่ปักใต้ดินเท่าไหร่ไม่ทราบ) จึงนำควายมาผูกยังหลัก หลักนั้นควายยืนนิ่งไม่ไหวติง ภาพนั้นหายไปพร้อมๆกับนางพยาบาลโกนผม ตรงบริเวณก้อนไขมัน เสร็จพอดี มีเสียงนางพยาบาลกล่าวทักทายสวัสดี ใครสักคน “สวัสดีคะ อาจารย์หมอ” เสียงหมอตอบมาเป็นน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้เลยว่ามีอายุ “สวัสดี เรียบร้อยไม่” “เรียบร้อยคะ” เสียงพยาบาลตอบ “งั้นเริ่มเลย” พอสิ้นเสียง ผมก็รู้สึกเจ็บแปร๊บ ที่ศรีษะตรงบริเวณก้อนไขมัน น้ำตาผมไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ใช้ว่าเพราะความเจ็บปวด หากเพราะผมเห็นภาพ ในขณะเดียวกันผมก็รู้สึกเจ็บไปพร้อมๆกัน ภาพที่ผมเห็นเป็นภาพของชายคนหนึ่งถือค้อนปอนด์ ที่มีด้ามยาวประมาณ 50-60 เซนติเมตร กำลังทุบลงไปบนหัวของควายตัวที่ผูกติดกับหลัก จนควายตัวนั้นทรุดตัวลง เลือดไหลออกจากปากจากจมูก หายใจรวยลิน ความเจ็บแทรกอยู่ที่ศรีษะ ผมสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการฉีดยาชา ซึ่งฉีดรอบๆ บริเวณที่จะผ่าตัด ผมถูกเข็มที่บรรจุยาชา จิ่มถึงห้าครั้ง จึงเสร็จ ทิ้งระยะไว้สักสองถึงสามนาที ก็รู้สึกเหมือนมีใครนำเข็มเล่มเล็กๆ มาจิ่มตรงบริเวณท้ายทอยจิ้มถี่มาก แปร๊บ ๆๆๆๆ ตลอด เจ็บจี๊ดๆ ตลอดเหมือนกัน แต่เจ็บไม่มาก เจ็บพอรู้สึก พอทนไหว การผ่าตัดดำเนินไปเวลาประมาณ สักครึ่งชั่วโมง รวมเวลาเย็บแผลด้วย ผมถูกเย็บปิดแผล เจ็ดเข็ม ที่รู้เพราะพยาบาลที่พาผมมาบอกให้ผมรู้ ตลอดเวลา ในห้องเงียบกริบ ไม่มีเสียงพูดคุย ตลอดการผ่าตัดก้อนไขมัน ผมเห็นภาพของคนกำลังชำแหละควายตัวนั่น จนไม่เหลือซาก ภาพนั้นวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น เหมือนหนัง ทั้งภาพทั้งความรู้สึก ยังจำได้ตลอด ผมภาวนาว่า พุท-โธ พร้อมกับการอุทิศบุญให้คนนั้นคนนี้ตลอด เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยนางพยาบาล ได้ทำแผลให้ผม แล้วพาผมกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้ายังที่เดิมโดยมีบุรุษพยาบาลเข็นรถมาให้ ผมยังคงมีอาการ ตาพร่าอยู่ สาเหตุน่าจะมาจาก ยาชาที่ฉีดลงไปตรงบริเวณท้ายทอย บุรุษพยาบาล เข็นรถเข็นมาส่งยังรถยนต์ของผมที่ผมขับมา ผมขึ้นนั่งบนรถแล้วขับออกมา พร้อมกับนึกทบทวน เหตุการณ์ ภาพที่ปรากฏ จนผมได้ข้อสรุปว่า เหตุที่ผมจะต้องผ่าตัด เพราะผมเคยทำกรรมฆ่าควายไว้ เมื่อในอดีตนั่นเอง ผลกรรมจึงย้อนกลับมาสนองผมจนถึงขั้นว่าจะต้องผ่าตัด นี้นี่เอง สิ่งให้ที่เป็นกรรมที่เป็นโทษ สิ่งนั้นก็ควรละเสีย ขอทุกท่านจงประสบแต่ความสุข ความเจริญในฉับพลันนี้เทอญ **อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์**

คนเห็นกรรม

มารน้อยบัญชาเทพ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here