การพลิกแพลงวิธีการอุทิศบุญ

เริ่มตั้งแต่ปี 2549 ผมได้เรียนรู้วิธีการอุทิศบุญ เบิกบุญ และพิสูจน์ทราบว่าเป็นวิธีการที่นำบุญส่งถึงวิญญาณได้จริง ผมได้ใช้วิธีการอุทิศบุญ และการเบิกบุญแก้ปัญหาให้กับตัวเองและครอบครัว ทั้งด้านนายเวรที่มากระทำ,พระภูมิ เจ้าที่และทุกวิญญาณที่อยู่ในบ้านผม ทุกวิญญาณที่รักษาตัวบุคคล อีกทั้งวิญญาณที่ประจำอยู่ที่รถของผม หลังจากพิสูจน์ทราบได้ว่ามีวิญญาณใครบ้างเกี่ยวพันกับผมและครอบครัวทุกวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับผมและครอบครัว ได้รับผลบุญอุทิศจากผมและครอบครัว ต่างมีความสุขกันถ้วนหน้าและมีความผูกพันกันระหว่างคนและวิญญาณ เหมือนครอบครัวเดียวกัน

จากนั้นผมก็เริ่มทดลองช่วยวิญญาณอื่นๆภายนอกบ้านซึ่งพบ วิญญาณที่ลำบากมากที่สุด มีทั้งสัมภเวสี เปรต อสุรกาย อดอยากหิวโหยทุกข์ทรมานด้วยกรรมมากมายเหลือเกิน ญาติใครบ้างก็ไม่รู้  มีทั้งประจำอยู่กับที่  และ เร่ร่อนทั่วไป  ไม่มีใครอุทิศบุญให้เขาเหล่านั้นเลย  ญาติก็ไม่รู้เรื่อง

จัดงานศพตามประเพณีเสร็จแล้วก็จบกัน พอผมเริ่มอุทิศบุญแจกไปทั่ว ต่างก็หลั่งไหลมารอรับบุญเต็มหน้าบ้านไปหมด

จากการอุทิศบุญช่วยเหลือวิญญาณต่างๆ บางครั้งเขารับบุญไม่ได้ ทั้งๆที่ผมเบิกบุญของผมอุทิศให้ตรงๆก็รับไม่ได้จำเป็นต้องใช้การอุทิศบุญที่พลิกแพลงไป ให้อยู่ในสภาพที่วิญญาณเหล่านั้นรับได้ ขอยกตัวอย่างดังนี้

วิญญาณที่เป็นร่างมนุษย์ หรือร่างสัตว์ที่เพิ่งหลุดจากร่างของสัตว์ที่ถูกฆ่าตาย อย่างเช่นตามตลาดนัด ส่วนมากเราจะพบว่าปลาดุก ปลาช่อน กบ จะถูกทุบแล้วก็เชือดกันสดๆ ผ่าท้องกันสดๆ เห็นเนื้อของสัตว์เหล่านั้นเต้นระริกด้วยความเจ็บปวด ลูกค้าหลายคนชอบชี้ตัวเป็นๆ แล้วสั่งให้แม่ค้าปลาจัดการชำแหละให้สดๆ มันกินอร่อยดี โถ ใจยักษ์ ใจมารทั้งคู่เลย ร่างวิญญาณที่หลุดจากปลาและกบเหล่านั้น มีทั้งเป็นร่างคนคือกรรมของเขาเริ่มเบาบาง แต่ถ้าเป็นร่างสัตว์ที่ตายเหมือนเดิม แสดงว่ากรรมของดวงวิญญาณนั้นยังมีมากอยู่

พอผมอุทิศบุญให้วิญญาณของสัตว์ที่ตายใหม่ๆ นี้มันไม่รับคือมันไม่รู้เรื่อง สิ่งที่วิญญาณเห็น คือเป็นลำแสงบุญสีขาว พุ่งไปหาเขา แต่เขาไม่รู้จัก เลยไม่ได้ตั้งจิตอนุโมทนารับบุญ บุญนั้นก็สะท้อนกลับขึ้นข้างบนคือกลับไปเป็นกองบุญของผมตามเดิม ดังนั้นผมจึงต้องคิดวิธีอธิษฐานให้ใหม่ดังนี้

“ขออำนาจ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้า จงเปลี่ยนเป็นอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ให้กับวิญญาณเหล่านี้ โดยขอให้เขารับบุญได้ด้วยเถิด”

เมื่ออธิษฐานแปลงผลบุญ แบบนี้ปรากฏว่า วิญญาณของสัตว์ที่ถูกฆ่าตายใหม่ๆ ก็จะรับผลบุญที่เราอุทิศให้ได้ถ้าเป็นวิญญาณร่างมนุษย์ สักระยะหนึ่งเขาจะมีการเรียนรู้จากการบอกเล่ากันในหมู่วิญญาณ ทำให้เขารู้วิธีการรับผลบุญนำไปอธิษฐานเองได้ แต่ถ้าวิญญาณนั้นยังเป็นร่างสัตว์ เนื่องจากกรรมของเขายังมากอยู่ พวกนี้จะเรียนรู้ได้ยากคือมันไม่ค่อยรู้เรื่อง การอุทิศบุญจึงยังต้องใช้การอธิษฐานแปลงผลบุญให้จนบุญเริ่มมาก ร่างวิญญาณสัตว์เหล่านั้น ก็จะกลายเป็นรูปร่างของวิญญาณมนุษย์ ดังนั้นถ้าไม่สามารถรู้ได้เอง เราก็คงต้องใช้วิธี อธิษฐานแปลงผลบุญให้กับสัตว์ที่เพิ่งตายไปก่อนเลย

ที่แขนและมือของผมมีผื่นขึ้นเต็มไปหมด ตรวจสอบปรากฏว่าเป็นแมลงนายเวรในอดีตชาติจำนวนมากมาย เกาะและกัดให้เป็นผื่นคัน กินยาทายาเท่าไหร่ก็ไม่หาย อุทิศบุญให้มันปรากฏว่า นายเวรแมลงไม่รับคืนมันไม่รู้เรื่อง ผมก็ต้องใช้วิธีอธิษฐานแปลงบุญเป็นอาหารน้ำดื่มให้ ปรากฏว่านายเวรแมลงได้รับ  จนพอใจก็ละจากเราไป แต่พวกใหม่ก็มาอีก นี่ก็ยังใช้หนี้กันไม่หมดเลย ผมเองก็ต้องใช้หนี้อยู่ทุกวัน ยังไม่หมดเลยยากินยาทาก็ต้องใช้รักษาตัว หนี้กรรมก็ต้องใช้บุญอุทิศให้ เรียกว่า ใช้วิธีแก้ไขทั้งสองทาง ขนาดใช้หนี้กันทุกวัน นายเวรยังต่อแถวยาวเหยียด จนหมดชีวิตชาตินี้ ก็ยังใช้หนี้ไม่หมดเลย แล้วคนที่ไม่อุทิศบุญใช้หนี้กรรม เพื่อให้เกิดอโหสิกรรมล่ะ อ๋อ! รับกรรมเต็มๆนะซีครับ สำหรับตัวผมนั้นกรรมที่รับก็ยังส่งผลอยู่แต่ผ่อนหนักเป็นเบา เพราะมีการอโหสิกรรม เกิดขึ้น จนเหลือแต่กรรมที่ส่งผล แต่วิญญาณนายเวรที่คอยซ้ำเติมนั้น ละไปจำนวนมากแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ที่เห็นป่วยกันตามโรงพยาบาลนั้นโดนทั้งกรรมและวิญญาณนายเวรเล่นงานทั้งนั้น

วิธีอธิษฐานแปลงบุญอีกอย่าง เช่น เราหยอดเงินเหรียญบาทใส่ตู้ทำบุญ เราก็อธิษฐานแปลงบุญได้เลย ดังนั้นเหรียญหลุดมือให้คิดทันที เช่น “ขอบุญนี้จงเปลี่ยนเป็นอาหาร น้ำดื่ม ให้กับวิญญาณ………..” หรือจะคิดแปลงเป็นอย่างอื่นก็ตามแต่เราจะคิดอธิษฐาน

มีอีกอย่างที่ควรจะทำในการชดใช้หนี้นายเวร ก็คือ การขอโทษ ขออภัย ขอขมา

ขออโหสิกรรม ต่อนายเวร อ้างเลยว่าเราจำเหตุที่ล่วงเกินไม่ได้แล้ว เพราะมันคนละภพชาติ แต่เมื่อเขาเป็นนายเวร แปลว่าเราได้กระทำเขามาแน่นอน ก็ขอโทษ ขออภัยในสิ่งที่เคยล่วงเกิน

ขออโหสิกรรม ยกมือพนมไหว้ด้วยยิ่งดีใหญ่ ขอชดใช้ด้วยบุญจนกว่านายเวรจะพอใจ บางครั้งเราต้องการช่วยเหลือดวงวิญญาณที่ถูกขังด้วยอาคมเราก็สามารถทำได้ โดยอธิษฐานดังนี้

“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญสมาธิของข้าพเจ้าที่สร้างไว้ทั้งหมด ลงมามลายมนตร์อาคมที่ผูกมันวิญญาณดวงนี้ให้หลุดเป็นอิสระด้วยเถิด”

ถ้าวิญาณนั้นยังไม่หลุดจากอาคม แสดงว่ากรรมของเขามีมาก ให้อุทิศบุญให้หลายๆครั้ง แล้วลองมลายมนตร์อาคมดูใหม่ ถ้ายังไม่หลุดจากอาคมอีก แสดงว่ากรรมเยอะจริงๆอาจจะเคยเป็นหมออาคม ที่จับวิญญาณมาขังในชาติก่อนๆ หรือเป็นคนเคยขังสัตว์มากมาก กรรมก็เลยตามมาสนองบ้าง

สุดท้ายก็ใช้วิธีขอบารมีพระพุทธองค์ มลายมนตร์ ถ้าหลุดจบภาระ แต่ถ้ายังไม่หลุดจากอาคมอีก แปลว่ากรรมเขาหนักจริงๆ ใครก็ฝืนกฎแห่งกรรมไม่ได้ ก็ต้องกำหนดจิตบอกเขาในใจว่า เจ้ามีกรรมมากจะตั้งใจปฏิบัติภาวนา เพื่อสร้างบุญหนีกรรมเอาเอง ผู้อื่นช่วยเจ้าไม่ได้แล้ว

ในเหล่าวิญญาณที่มีฤทธิ์ เช่น อสูร ยักษ์ เทวดา พรหม ฤๅษี ท่านเหล่านี้ บางครั้งก็มาเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตามวาระกรรมได้เช่นกัน มีทั้งมาช่วยเหลือ หรือมาทำร้าย วิญญาณเหล่านี้มี ฌาณ สมาธิ มีฤทธิ์ทางจิตสูงมาก คือบำเพ็ญฌาณมาทั้งนั้น บุญที่อุทิศให้ เขาไม่สนเท่าไร แต่ถ้าเป็นบุญเหรียญทองหรือบุญสมาธิ รู้สึกว่า ท่านเหล่านั้นจะพอใจ เพราะบุญเหล่านี้ ทำให้ฤทธิ์ ของเขามากขึ้นด้วย โดยอธิษฐานดังนี้

“ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์โปรดดลบันดาลให้บุญเหรียญทอง บุญสมาธิของข้าพเจ้า ลงมาส่งถวายแด่ท่าน………..”

ผมเองประสบกับวิญญาณของยักษ์และอสูรมาด้วย เคยมีกรรมต่อกันในอดีตชาติ เขา
ผูกแค้นติดตามมา จะทำให้เราเจ็บปวดอย่างหนัก หรือ เกิดอุบัติเหตุ เขาเหล่านั้นทำได้หมด ถ้ามีกรรมแค้นต่อกัน ผู้ที่เป็นวิญญาณที่รักษา เราทั้งหมดต้องหลีกไม่สามารถขัดขวางได้  เพราะเขาเป็นนายเวร นี่คือกฎของโลกวิญญาณ กรรมของใครผู้นั้นต้องชดใช้คนอื่นไม่เกี่ยว นอกจากอุทิศบุญสมาธิบุญเหรียญทองให้แล้วผมยังต้องขอขมา ขออภัย เป็นทางการอีกด้วย คือ ต้องตั้งบายศรี มีไข่อยู่ยอดบายศรี มีอาหาร ขนม ไข่ต้ม ถวายอีกในการขอขมา จุดธูป 16 ดอก ประกาศขอขมาพร้อมทั้งถวายเครื่องสังเวย และสักการะถึงได้ยอม อโหสิ แถมกลับมาเป็นญาติธรรมช่วยกันอีก

ท่านผู้มีฤทธิ์ตามที่กล่าวมานั้น ท่านไม่ได้อยากได้บุญ แต่ต้องการ การคารวะ การยอมรับนับถือ การขอขมาแบบเป็นทางการถ้าบางคนได้ประสบกับเหตุการณ์แบบผมก็ลองนำวิธีของผมไปใช้ดูบ้างอาจจะได้ผลนะครับ ผมทำจนรอดมาแล้ว ตอนแรกนึกว่าเขาจะเอาตายเสียแล้ว พอสงบศึกได้ด้วยสันติวิธี เลยได้ญาติธรรมที่ทรงฤทธิ์คอยช่วยเหลือดูแลอีก

บุญเหรียญทอง สามารถนำมาใช้แก้กรรมคือ อุทิศให้นายเวรที่มาถึงตัวได้ แต่ควรจะต้องแปลงผลบุญก่อน ป้องกันวิญญาณสัมภเวสีที่เป็นนายเวรของเรารับไม่ไหว โดยอธิษฐานแปลงดังนี้ ก็ได้ “ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญเหรียญทองของข้าพเจ้าจงเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ต้องการ ให้นายเวรที่มาถึงตัวข้าพเจ้า” อย่าลืมขอขมา ขออภัยด้วย แต่ถ้าต้องประสบเคราะห์กรรมอย่างหนักคิดว่าแค้นของนายเวรแรงมาก ท่านลองใช้วิธีขอขมาแบบที่ผมใช้บายศรีดูบ้างก็ได้ หรือถ้าหาบายศรีไม่ได้ก็ใช้พวงมาลัยดอกไม้สด พร้อมอาหาร ก็คงพอได้ อาจจะทำให้เคราะห์กรรมเบาบางลงได้ เพราะความพอใจของวิญญาณนายเวรที่กระทำเรา

การภาวนา สำหรับคนธรรมดาสามัญทั่วไป มักจะใช้การปฏิบัติสมาธิภาวนา ครับนี่แหละบุญมหาศาล ยิ่งกว่าทานหรือศีลอีกไม่ต้องใช้เงินสักบาท ใช้ความตั้งใจลงมือปฏิบัติทำที่ไหนก็ได้ที่เหมาะสม ไม่ว่าที่บ้านหรือที่วัด ขอให้เป็นที่สงบ และจิตกับสติเราพร้อม ถ้าเราไม่มีเวลานั่งสมาธิ จะใช้วิธีกำหนดสติ ไว้ที่ตัวตลอดเวลา เท่าที่ทำได้ คือประคองความรู้สึกไว้ทั้งตัวให้ได้นานที่สุด

ถ้าเผลอหลุดไปก็กำหนดใหม่โดยไม่ต้องเพ่ง ทำใจเบาๆ รู้สึกเบาๆ ทั้งตัว นี่ก็เป็นวิธีทำสมาธิอีกวิธีหนึ่ง ที่ทำได้ตลอดเวลาที่เรามีสติรู้ระลึกรู้สึกตัวทำงานไปก็ทำได้ตลอดวัน ทั้งหมดนี่เป็นบุญมหาศาล ถ้าจะอุทิศให้กับวิญญาณใด ก็ขอให้แปลงบุญก่อน เช่นก่อนเราทำสมาธิวิธีใดก็ช่าง ให้อธิษฐานเปิดบุญก่อนว่า “ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญภาวนาของข้าพเจ้าจงเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ต้องการให้กับวิญญาณของ……………..”

หลังจากนั้นเราก็ลงมือภาวนาตามแบบที่เราถนัด โปรดทราบ ทุกคนมีญาติที่ถูกทรมานอยู่นรกภูมิทุกคน อย่าลืมว่าทุกคนเกิดมาหลายภพหลายชาติ ญาติแต่ละคนมีมากมายนับไม่ไหว ที่ยังทรมานที่นรกก็มากมาย เวลาในการทรมานบางคนหลายร้อยปีมนุษย์ บางคนถึงหลักพันปีขึ้นอยู่กับกรรมของเขา

เราเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วในชาตินี้ เราจำญาติเก่าๆเหล่านั้นไม่ได้หรอก แต่จงรู้ว่าญาติเราถูกทรมานอยู่ที่นรกมีจริง ขอท่านจงใช้บุญภาวนาของท่าน ส่งตรงถึงญาติทั้งหมดของท่านที่นรกด้วยเถิด ช่วยทำกันบ่อยๆ หน่อย เพื่อช่วยให้ญาติของท่าน ได้ลดวันเวลาในการลงโทษให้น้อยลง เมื่อได้บุญภาวนาบ่อยเข้า ญาติของท่าน จะได้พ้นจากการถูกลงโทษได้เร็วขึ้น

วิธีการอธิษฐานบุญภาวนา ส่งถึงญาติที่นรก

1.อธิษฐานบุญภาวนา แปลงเป็นอาหารน้ำดื่มให้ญาติที่นรก บางรายที่ถูกลงโทษจนเบาแล้วจะมีโอกาสได้กินอาหาร น้ำดื่ม จากเรา ที่เคยพบบางรายถูกทุบตีอยู่แต่มือก็คว้าอาหารกินด้วยความหิวโหยก็เคยเจอ

2.อธิษฐานเปิดบุญภาวนาโดยตรง ส่งให้ญาติที่นรกวันเวลาในการลงโทษของเขาจะลดลงไปเรื่อยๆ ถ้าเราขยันภาวนาส่งบุญลงไปให้ นรกภูมิจะลดวันเวลาให้ทุกครั้ง พอกำลังบุญเพียงพอ วิญญาณญาติเหล่านั้น ก็จะหลุดขึ้นมาเป็นสัมภเวสีที่โลกมนุษย์ พวกนี้พอขึ้นจากนรกมาได้ จะมีเทวดาที่สอนปฏิบัติธรรมในที่ต่างๆ ช่วยกันแนะนำสอนให้ปฏิบัติกันที่พบพอหลุดขึ้นมาจากนรก จะนุ่งชุดขาวปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัดขยันมาก เพราะกรรมที่นรกจ่อหลังอยู่ บุญที่ช่วยดึงขึ้นมาได้นั้น เป็นเพียงเหมือนการประกันตัวออกมา ถ้าไม่รีบสร้างบุญด้วยการปฏิบัติธรรมหนีกรรม ก็ต้องถูกนำตัวไปลงโทษที่นรกภูมิอีก เมื่อพลังบุญที่ได้รับเบาบางลง

ญาติใครญาติมันช่วยกันเอาเองนะครับ ทำไปเถิดการภาวนา นั้นบุญเกิดกับตัวเรามหาศาล บุญที่อุทิศไปให้ญาตินั้น บุญเราไม่ได้พร่องไปเลย ยังอยู่ครบเหมือนเดิม แถมเอาบุญทำทานอีก บุญเรายิ่งทวีมากขึ้นอีกด้วย

เมื่อคิดจะภาวนาก็ควรจะรักษาศีลด้วย เอาศีล 5 นี่แหละ ลองพยายามทำดูซิครับ พอทำไปนานเข้าความเคยชินกับศีลจะเข้ามาอยู่ในใจ พอจะทำอะไรผิดศีล แหม!มันฝืนใจน่าดู เมื่อเรารักษาศีลเป็นอารมณ์ การภาวนาจะก้าวหน้าดีมากนะครับ

คำเตือน! จากที่ผมแนะนำวิธีมลายมนตร์อาคมให้กับวิญญาณที่ถูกมนต์อาคมขังไว้ ตอนที่ผมได้วิธีการมลายมนตร์นี้ใหม่ๆ เจอที่ไหนปล่อยแหลก พอทำไปเรื่อยๆ ก็เกิดคำเตือนจากเบื้องบนมาว่า ขณะนี้ครูอาจารย์ที่สร้างวัตถุอาคมที่ขังวิญญาณ คือเป็นวิญญาณ ครูบาอาจารย์ของผู้สร้างจำนวนหลายท่าน ได้ติดตามมองดูการกระทำของผม ที่ถือได้ว่าล่วงเกินเขา บังอาจปล่อยวิญญาณที่เขานำมาขังไว้ในรูปวัตถุอาคมต่างๆ เขาไม่พอใจมาก เพียงแต่เขายังไม่ลงมือทำร้ายผมเท่านั้น ท่านผู้อยู่เบื้องบนให้ผมเปลี่ยนวิธีการช่วยดวงวิญญาณ ที่ถูกกักขังเสียใหม่ คือไม่จำเป็นจริงๆ อย่าปล่อยวิญญาณเหล่านั้น โดยวิธีการมลายมนตร์อาคม ให้เปลี่ยนไปใช้การอุทิศบุญให้กับวิญญาณเหล่านั้นพร้อมสอนให้เขาปฏิบัติภาวนาสร้างบุญเอาเองแล้ววิญญาณเหล่านั้น จะหลุดจากการคุมขังได้เองเมื่อบุญที่เขาสร้างเพียงพอ ท่านเบื้องบนเตือนไว้คืออย่าให้ผมไปยุ่งกับกรรมของผู้อื่น  กรรมของเขาเองที่ทำให้วิญญาณของเขาถูกขังอยู่อย่างนั้น ตัวผมไม่ควรไปยุ่งแก้ให้วิญญาณเหล่านั้น เดี๋ยวกรรมนั้นจะย้อนกลับมาเล่นงานผมเข้า

ดังนั้นทุกวันนี้ผมใช้วิธีอุทิศบุญให้วิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในวัตถุอาคมต่างๆแทน โดยไม่เอาจิตเข้าไปยึดว่าต้องช่วยให้ได้ถือว่าแล้วแต่กรรมของเขา ส่วนการแนะนำการปฏิบัติธรรม ผมขอให้ชาวทิพย์ ที่ไปกับผมหรือที่อยู่บริเวณนั้น รับภาระในการสอนไป ส่วนวิญญาณครูอาจารย์ของผู้สร้างวัตถุอาคมเหล่านั้น ผมอุทิศบุญถวายพร้อมกล่าวขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกินจนเดี๋ยวนี้ไม่มีวิญญาณครูอาจารย์ท่านใดมาคอยจ้องดูด้วยความไม่พอใจอีกแล้ว รอดไปอีกงานเกือบพลาดไป
ซะแล้ว เมื่อเจอข้อบกพร่อง ก็บอกวิธีแก้ไขให้แล้วนะครับ ถ้าใครยังมลายมนตร์ ช่วยวิญญาณตามวิธีของผมอยู่อีก ก็ระวังตัวด้วยนะบอกแล้วนะ  เตือนแล้วนะ

………………………..คนธรรมดา

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here