อาจารย์ไสยเวทย์บังคับให้เป็นร่างทรง

ผมเองเกิดและโตอยู่กับครอบครัวของคนที่เรียกกันโดยทั่วไปว่าคนทรงเจ้า  ครั้นผมได้มีโอกาสศึกษาในข้อธรรมะอีกทั้งยังมีความสามารถด้านจักษุทิพย์จึงทำให้ผมได้รู้ว่าเทพมีจริงเปรต  ผี  ปีศาจ  มีจริงตามที่คัมภีร์บอกไว้จริงๆ  แต่เมื่อผมมานั่งพิจารณาดูแล้วเอทำไมปัจจุบันนี้ตำหนักเทพทำไมถึงมากจัง  ทั้งเมื่อก่อนไม่ค่อยได้ยินว่ามีตำหนักเทพที่นั่นที่นี่เลย  แล้วยังได้ยินข่าวว่าต้นตะเคียนถูกนำขึ้นที่นั่นที่นี่อย่างมากมาย  ผมเองมานั่งคิดทำไมมากจังก็มาถึงบางอ้อก็ต่อเมื่อมาศึกษาพระศาสนา  ขอกล่าวถึงครั้งพุทธกาลในตอนพระพุทธเจ้า  ปรินิพพาน  พระอานนท์ท่านได้ขอให้ศาสนาของพระพุทธโคดม  คงอยู่ตลอด  2,500  ปี  ครั้นพระอินทร์ท่านก็ขอให้ศาสนาของพระพุทธโคดมคงอยู่ตลอดอีก  2,500  ปี  มาคิดให้ดีปีนี้ปี  2554  ซึ่งผ่านปี  2,500  มาแล้ว  54 ปีแสดงว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่พระอินทร์ท่านขอพระพุทธโคดมไว้  จึงทำให้เทพต่างๆ ลงมาช่วยให้ศาสนาพุทธคงอยู่ให้ครบตามเวลาอีก  2,500  ปี  ตามที่พระอินทร์ท่านได้ขอไว้นั่นเอง

ผมจะเล่าเรื่องของการรับขันธ์เทพที่ผมได้มีโอกาสพบเจอให้ฟังเริ่มมาจากลูกศิษย์ของผมคนหนึ่งได้มาเรียนการทำสมาธิกับผมแกเป็นเด็กผู้หญิงที่สมาธิดีมาก  เพราะผมสอนให้แกทำสมาธิ  แกใช้เวลาเพียง  5  นาที  แกก็สามารถทำสมาธิได้คล่องจนผมเองนึกอิจฉาที่แกสามารถทำได้เร็วขนาดนี้  เพราะผมเองกว่าจะทำให้จิตเกิดเป็นสมาธิได้ใช้เวลาเกือบ  1  ปี  แต่นี่ใช้เวลาเพียง  5  นาที  ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นนะสิ  แกบอกว่าแม่ของแกไปรับขันธ์มาต้องรับเป็นคนทรง  ผมเองทีแรกได้ยินก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกัน  เพราะไม่คิดว่าจะมีใครที่มีความเชื่อเรื่องการทรงเจ้าอีกผมเลยบอกว่าก็ดีแล้วท่านได้ลงมาช่วยเหลือมนุษย์ตามความปรารถนาของเทพท่าน  ลูกศิษย์ผมบอกว่าไม่ใช่แบบนั้นนะสิเพราะว่าแม่แกไปรับขันธ์มาแล้ว  ต้องเสียเงินอีกจำนวนหนึ่งถึงจะเข้าทรงได้สมบูรณ์แล้วที่สำคัญตอนนี้ก็เจ็บป่วยบ่อยมาก  ทางสำนักที่แม่แกไปรับขันธ์มาก็เร่งรัดให้แม่แกรีบไปรับพร้อมกันบอกว่า  ถ้าไม่ไปรับขันธ์อีกแม่ของแกจะป่วยหนักกว่านี้  ผมก็บอกว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวอะไรๆ มันก็คงคลี่คลายไปในทางที่ดีเอง  แกมาขอร้องให้ผมช่วยแม่ของแกด้วยผมได้แต่คิดว่าคนธรรมดาอย่างผมจะมีความสามารถอะไรในการช่วยเหลือแกได้  ผมก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงมาตลอด  แกก็มาขอร้องผมแทบทุกครั้งที่พบหน้าผม  แล้วมีพี่ที่ปฏิบัติกับผมก็มาว่าช่วยสงเคราะห์แกหน่อย  ช่วยเชิญเทพลงมาประทับร่างแม่ของลูกศิษย์เพื่อเป็นการช่วยให้แม่ของลูกศิษย์ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่และช่วยให้ครอบครัวของแกมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม  ผมก็ได้แต่บอกว่าผมคนธรรมดาผมไม่สามารถทำอะไรได้หรอก  จนมีอยู่วันหนึ่ง  แม่ของลูกศิษย์ผมแกเดิมมาหาผมหลังจากที่ผมเลิกงานแล้วที่ห้องทำงานมาคุยว่าให้ผมช่วยเหลือด้วยเพราะไม่มีเงินเพื่อไปรับขันธ์เพื่อเป็นคนทรง  และอยากจะหายจากอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวไข้ผมมองเห็นถึงความตั้งใจ  ผมจึงสอบถามไปว่าเคยประทับทรงมาแล้วหรือยัง  แม่ของลูกศิษย์ก็บอกว่าเคยประทับแล้ว  แต่ตอนนั้นเทพที่มาประทับแก  ยังพูดไม่ได้ลืมตาไม่ได้ได้แต่นั่งนิ่งๆ  ผมถามต่อว่ารู้ได้อย่างไรเพราะตอนที่เพทประทับร่างคนทรงจะไม่รู้สึกตัว  แม่ของลูกศิษย์บอกว่าแกรู้สึกตัวแต่แกบังคับตัวเองไม่ได้  ทำให้ผมได้รับรู้ทันที่ว่าผู้ที่มาประทับร่างนั้นเป็นเทพ  เพราะเทพท่านประทับร่างท่านไม่บังคับจิตของร่างของผู้ที่ท่านประทับ  เมื่อผมเห็นความตั้งใจดีแล้วเทพที่มาใช้ร่างก็เป็นเทพจริงๆ  ผมจึงตอบตกลงแต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเชิญเทพให้มาประทับร่างได้  ผมบอกขอเวลาให้ผมหน่อย  ต่อจากนั้นมาเป็นเวลาประมาณ  1  อาทิตย์  ก่อนเข้าพรรษา  ผมได้นัดหมายให้แม่ของลูกศิษย์ผมมาพบ  พอถึงเวลานัดหมายแม่ของลูกศิษย์ก็เดินทางมาถึงผมบอกถ้าเช่นนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานเชิญเทพเพื่อมาประทับร่างนะ  แม่ลูกศิษย์ก็ยกมือขึ้นพนม  ส่วนผมหรือก็ตั้งจิตอธิษฐานเช่นกันอธิษฐานว่าอะไรผมไม่ขอบอก  แต่ก็ไม่มั่นใจนักว่าจะสำเร็จ  ปรากฏว่าร่างแม่ของลูกศิษย์ผมมีอาการสั่นแต่ไม่มากนักและไม่นานก็สงบลมผมก็สอบถามว่า

ผม  :                 ท่านเอ่ยวาจาได้ไหม

ท่านเทพ  :         ได้แต่ไม่มาก

ผม  :                 ถ้าเช่นนั้นผมขออนุญาตเปิดวาจาให้

จากนั้นผมตั้งอธิษฐานอีกครั้ง

ท่านเทพ  :         แม่ดีใจเหลือเกินที่สามารถพูดได้ปกติแล้ว

ผม  :                 แต่เนตรยังลืมไม่ได้

ท่านเทพ  :         ใช่เนตรของแม่ยังลืมไม่ได้

ผม  :                 ถ้าเช่นนั้นผมขออนุญาตเปิดเนตร

ผมตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้ง

ท่านเทพ  :         ดีใจเหลือเกินแม่ลืมตาได้แล้ว

ผม  :                 ผมดีใจด้วย  ที่แม่สมปรารถนา เสียที

ท่านเทพ  :         ทีนี้แม่สามารถช่วยเหลือคนได้เสียที

ผม  :       ถ้าอย่างนั้นแม่ช่วยเหลือครอบครัวของร่างทรงให้อยู่อย่างปกติสุขเสียก่อนนะครับ

ท่านเทพ  :         ได้แม่รับปาก

ผม  :                 ถ้าเช่นนั้นแม่ก็ทำหน้าที่ตามที่แม่ปรารถนาไว้เถิด

ผมสนทนากับเทพอยู่นานแต่ผมไม่สามารถเปิดเผยชื่อท่านออกมาได้ต่อจากนั้นผมเห็นเย็นมากแล้ว  จึงขอเชิญท่านเทพออกจากการประทับร่างทรงทำให้ผมได้เข้าใจว่าบุญบารมีของพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  มีพุทธานุภาพเหนืออำนาจอื่นใดทั้งสิ้น

……………………………..

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here