มนุษย์ต่างดาว

            มีทฤษฎีหนึ่งที่กล่าวไว้ว่าโลกเป็นเพียง ดาวดวงเดียวในกาแลคซี่ทางช้างเผือกเท่านั้นที่มีสิ่งมีชีวิต บางทฤษฏีก็กล่าวไว้ว่าในระบบสุริยะจักรวาลนั้นมีดวงดาวมากมาย จะไม่มีดาวดวงใดเลยที่มีสิ่งมีชีวิตเหมือนกันกับโลกผมเอง เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดไว้ว่าสนามหญ้าที่มีขนาด 1× 1 เมตร จะเป็นไปได้ไหมที่จะมีต้นไม้อยู่เพียงชนิดเดียว เปรียบแล้วก็เหมือนดังจักรวาลที่มีความกว้างใหญ่ จะมีดาวที่มีสิ่งมีชีวิต เพียงดาวดวงเดียวคือโลกหรือ  ผมมีความคิดเช่นนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเองได้ และไม่รู้ว่าจะหาคำตอบจากที่ใด และวิธีการหาคำตอบ ต่อมาผมได้มีโอกาสรับรู้จากอาจารย์ของผมว่า ท่านพบดวงจิตของมนุษย์ต่างดาวที่มาจากดาวศุกร์ การพบของท่านเป็นการพบโดยบังเอิญ  เนื่องจากมีคนมาขอให้ท่านช่วยตรวจสอบนายเวร ทำให้ผมได้ทราบข้อมูลเรื่องมนุษย์ดาวศุกร์ ว่ามีความแตกต่างจากมนุษย์โลกอย่างไร ผมเองก็ให้รู้สึกตื่นเต้นกับข้อมูลของอาจารย์ท่าน  หากผู้อ่านต้องการทราบเรื่องก็ให้อ่านหนังสือคนธรรมดาในเรื่องมนุษย์ดาวศุกร์ ผมจะขอกล่าวเพิ่มเติมจากนั้น ผมก็รู้ข้อมูลจากอาจารย์ไม่นาน ผมก็ได้สัมผัสกับพลังอะไรบางอย่างที่ผมเองไม่เคยพบมาก่อน เป็นพลังที่แรงมากจนผมปวดศีรษะ จนไม่สามารถ ตรวจสอบได้ว่าเป็นพลังของใคร และมีจุดประสงค์อะไรในการติดต่อ ผมจึงสอบถามไปทางอาจารย์ของผมว่า พลังที่สัมผัสได้นั้นมีลักษณะอย่างไร คำตอบก็คือเป็นพลังที่สัมผัสแล้วรู้สึกปวดหัวมากกว่าการสัมผัสกับวิญญาณปกติ ผมก็เล่าให้ฟังว่าผมได้สัมผัสในลักษณะเช่นนั้นเหมือนกัน ปวดหัวเสียจนตั้งสมาธิไว้ไม่อยู่ อาจารย์ผมบอกว่าเป็นลักษณะแบบนั่นแหละ ในวันต่อมาผมก็สัมผัสกับพลังเช่นเดิมอีก เป็นพลังที่ลักษณะแรงมาก ผมคิดทันทีว่าเป็นพลังของมนุษย์ดาวศุกร์เป็นแน่ แต่จะหาวิธีคุยกับเขาอย่างไรดี สิ่งแรกที่ผมคิดได้ในตอนนั้นก็คือการกระจายกำลังของเขาให้ไปทั่วร่าง ในเวลานั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะทำได้และได้ผลหรือเปล่า ในตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าอยากติดต่อกับเขาคิดได้ดังนั้น ผมก็ทดลองทำดู   ผลปรากฏว่าได้ผลครับ พลังงานของเขากระจายไปทั่วร่าง ทำให้ผมรู้สึกสบายขึ้น ผมกำหนดจิตเพื่อขอคุยกับเขาได้เป็นปกติ จึงทำให้รู้เรื่องราวต่างๆมากขึ้นได้รู้ถึงความแตกต่างของดวงดาวมากขึ้น โดยการพูดคุย

ผม        :   สวัสดีครับท่านมิตรจากฟากฟ้า  ผมขอเรียกชื่อท่านแบบนี้นะครับ

มิตรจากฟากฟ้า   :สวัสดีด้วยเหมือนกัน  ได้เราอนุญาตให้เรียกชื่อนี้

ผม        :           ผมรู้เรื่องราวของท่านจากอาจารย์ของผม  ว่าท่านมีพลังจิตที่แรงมาก

วันนี้ผมได้สัมผัสแล้ว  พลังของท่านแรงมากจริงๆ

มิตรจากฟากฟ้า   :ที่ดาวของเราแต่ละคน ก็มีพลังจิตที่แรงแบบนี้กันแทบทุกคน

ผม        :           เกิดจากการปฏิบัติหรือเปล่าครับ

มิตรจากฟากฟ้า   :ก็ใช่นะ  ดาวที่เราอยู่เขาปฏิบัติกันแทบทั้งนั้น

ผม        :           แล้วความสามารถที่ได้  แตกต่างกันด้วยไหม

มิตรจากฟากฟ้า   :ความสามารถของแต่ละคนก็มีความสามารถแตกต่างกันออกไปตามลักษณะของการปฏิบัติ

ผม        :           หรือครับ  ผมได้ยินมาว่าท่านมาจากดาวศุกร์ใช่หรือเปล่าครับ

มิตรจากฟากฟ้า   :ใช่แล้ว  เป็นอย่างที่เธอพูดนั่นแหละ

ผม        :  แล้วนักวิทยาศาสตร์  ส่งยานอวกาศสำรวจตั้งมากมายเขาไม่เห็นพบเลย

มิตรจากฟากฟ้า   :เครื่องมือเหล่านั้นไม่สามารถมองเห็นพวกเราได้เพราะเป็นเครื่องที่มีความละเอียดน้อยมาก

ผม        :           ร่างกายท่านละเอียดมากหรือครับ

มิตรจากฟากฟ้า   :เรียกว่าละเอียดก็ไม่ถูก  น่าจะเรียกว่าโปร่งแสงมากกว่า

ผม        :           เหมือนกระจกที่สามารถมองทะลุได้

มิตรจากฟากฟ้า   :ก็ไม่เชิง  น่าจะเป็นลักษณะการหักเหของแสงเสียมากกว่า

ผม        :           เหมือนมนุษย์ล่องหน

มิตรจากฟากฟ้า   :ประมาณนั้น

ผม        :           ถ้าอย่างนั้น  บนโลกนี้ก็เต็มไปด้วยมนุษย์จากดาวดวงอื่นๆมากมายสิครับเพราะมนุษย์เขามองไม่เห็นกัน

มิตรจากฟากฟ้า   :ไม่ใช่  แบบนั้นหรอกเพราะความแตกต่างของสภาพของอากาศจึงทำให้พวกเราไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนโลก

ผม        :           คนที่นั่นเขาประกอบอาชีพ   อาชีพอะไรกันครับ

มิตรจากฟากฟ้า   :ก็ประกอบอาชีพคล้ายๆกับบนโลกแห่งน้ำนี่แหละ

ผม        :           ท่านเรียกที่นี้ว่าโลกแห่งน้ำ

มิตรจากฟากฟ้า   :ใช่  ผู้ที่เหมือนเราเขาเรียกที่นี่ว่าโลกแห่งน้ำ เพราะที่แห่งนี้ประกอบด้วยน้ำ

ผม        :           โลกของท่านมีลักษณะเป็นเช่นไร

มิตรจากฟากฟ้า   :มีลักษณะคล้ายกันกับที่นี่นั่นแหละ แตกต่างกันตรงน้ำ  ที่นั่นน้ำจะมีอยู่ใต้ดิน เป็นความชื้นในอากาศ

ผม        :           ท่านมีเทคโนโลยีที่แตกต่างจากที่นี่ไหม

มิตรจากฟากฟ้า   :แตกต่างมากเลย  ก้าวหน้ากว่าโลกนี้หลายร้อยปี

ผม        :           รูปร่างหน้าตาท่านเป็นแบบไหน

มิตรจากฟากฟ้า   :หน้าตาเหมือนมนุษย์นั่นแหละ แตกต่างกันที่ดวงตา ดวงตาของพวกเราจะมีสีดำมากกว่า จะมองเห็นในที่มืดดีกว่า

ผม       :     ผมสนใจเรื่องของการปฏิบัตินะครับ  ว่าที่ท่านอยู่มีการปฏิบัติอย่างไร

มิตรจากฟากฟ้า   :ที่นั่นมีการสอนเรื่องการทำสมาธิตั้งแต่เด็ก  มีโรงเรียนสอนให้นักเรียนสามารถพูดคุยโดยใช้จิต เพราะจิตเป็นภาษากลางสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมาเป็นคำๆ

ผม       :           ที่นั่นก็ไม่มีโจรสิครับ  เพราะปฏิบัติกันเป็นนิสัย

มิตรจากฟากฟ้า   :ก็ไม่เชิง  การขโมยจะเป็นการขโมยพลังงานกันมากกว่า

ผม       :           ประชากรมีมากไหม

มิตรจากฟากฟ้า   :ประชากรทั่วโลกประมาณ 50 ล้านคน

ผม       :           ประชากรอายุประมาณเท่าไร

มิตรจากฟากฟ้า   :ประมาณ  800 ปี

ผม       :           โอ้  มากจัง

มิตรจากฟากฟ้า   :มีอะไรจะถามอีกไหม

ผม       :           ไม่รู้จะถามอะไรอีก  ถ้าต้องการถามผมขออนุญาตนะครับ

มิตรจากฟากฟ้า   :เราอนุญาต

หลักจากนั้นผมเองก็ได้ทราบว่า  นอกจากโลกแล้วยังมีดวงดาวอื่นๆ ที่มีสิ่งมีชีวิตอีกนอกจากโลก และที่สำคัญจากการพูดคุยทำให้ผมได้เรียนรู้ในสิ่งที่สำคัญมากก็คือ  นอกจากเขาพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้าทันสมัยแล้ว เขายังพัฒนาจิตใจให้สูงตามเทคโนโลยีด้วย  ซึ่งต่างกับมนุษย์โลก ที่มุ่งแต่พัฒนาเทคโนโลยีจนลืมพัฒนาจิตใจ

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here