วิญญาณมนุษย์ต่างดาว

                  ผมเองไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะได้พบวิญญาณมนุษย์ต่างดาว แต่ก็พบเข้าโดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อน ก็ขอเล่าให้ผู้อ่านได้รับรู้ จะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อก็อ่านเพื่อความบันเทิงก็แล้วกัน

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 ประมาณ 11.30 น. ภรรยาได้โทรศัพท์มาหาผมซึ่งกำลังทำงานอยู่ แจ้งว่ามีผู้หญิง 2 คนมาจากกรุงเทพมาขอพบที่บ้าน ผมกำลังทำงานติดพันเลยขอให้รออยู่ผมจะไปพบตอน 13.30 น.

พอผมเคลียร์งานเสร็จ  ก็รีบขับรถมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน  พอถึงบ้านปรากฏว่าพบผู้หญิง 2 คน อายุประมาณ 50 ปี  เธอบอกว่าเธออ่านหนังสือที่ผมเขียนด้วยลายมือ  ซึ่งถ่ายต่อๆกันไป มีปัญหาจะขอความช่วยเหลือ  จึงพยายามสืบหาผมทั่วชัยนาท  จนพบคนที่รู้จักผมนำทางมาที่บ้านผม แสดงว่าเธอคงมีปัญหาที่หนักจริงๆจึงมีความพยายามขนาดนี้  ผมเองปกติไม่ได้รับแขกในลักษณะนี้ คือไม่ได้ทำพิธีไล่วิญญาณหรือถอนอาคมไสยศาสตร์ให้ใคร  เพราะผมไม่ได้เรียนรู้วิชาเหล่านี้มา  เพียงเรียนรู้วิธีอุทิศบุญและการแก้กรรมโดยใช้บุญ  ผมเป็นเพียงผู้แนะนำวิธีการและเป็นตัวกลางในการติดต่อวิญญาณนายเวรเพื่อขอชดใช้ด้วยบุญ  จะได้หยุดจองเวรกัน  ถือว่าเป็นวิธีที่สันติที่สุด  และผู้ที่ทำหน้าที่อุทิศบุญให้นายเวรนั้นไม่ใช่ผม  แต่ต้องเป็นคนที่เป็นคู่เวรกันและญาติพี่น้องของเขาช่วยกัน  แต่เอาละไหนๆก็อุตส่าห์สืบเสาะตามหาจนพบก็จะทดลองหาทางช่วยดู  เผื่อความทุกข์ที่เป็นอยู่จะมีทางแก้ไขได้บ้าง

ผู้ที่มาพบนี้ผมขอสมมุติชื่อว่าคุณแดง

ผม    :    คุณแดงมีธุระอะไรที่ตามหาผมจนมาถึงบ้านผมได้  เก่งมาก

คุณแดง     :    พี่อยากขอให้อาจารย์ช่วยพี่ด้วย  พี่ถูกกระทำจากผู้มีวิชาอาคม

ส่งคุณไสยและวิญญาณมาแทรกเข้าร่างพี่  อาการที่เกิดกับพี่คือ  มีอาการปวดหัวมาก  บางทีก็ปวดทั้งตัวแล้วยังมีวิญญาณเข้าสิงร่างพี่  พูดภาษาที่ไม่มีใครฟังออกยังกับเสียงมนุษย์
ต่างดาว   อาการเหล่านี้จะเกิดกับพี่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง  พี่พยายามรักษาตามที่ต่างๆมาหลายแห่งแล้ว  แต่อาการไม่ดีขึ้นเลย  ยิ่งถ้าที่ใดอาจารย์ที่ช่วยรักษาใช้พลังจิตหรืออาคมในการช่วยขับอาคมและวิญญาณในร่างพี่ให้ออกไปพอพี่กลับถึงบ้านร่างกายของพี่จะมีอาการทรุดลงหนักคือป่วยเลย  พอดีพี่ได้อ่านหนังสือที่อาจารย์เขียนเรื่องการอุทิศบุญกับการแก้กรรม  เลยพยายามมาหาอาจารย์เผื่ออาจารย์จะมีทางช่วยเหลือพี่ได้บ้าง

ผมฟังไปก็คิดไป “เอาละวา  งานเข้าแล้ว  จะช่วยยังไงดีหว่า  เอาก็เอาลองดูสักหน่อย  อุตส่าห์มาถึงบ้าน”

ผม    :    เอาอย่างนี้เดี๋ยวผมให้พวกผม  ลองตรวจดูในร่างพี่ก่อนว่ามีอะไรแฝงอยู่บ้าง

ผมให้พวกของผมใช้จิตสัมผัส  ที่ฝึกจากการทรงอารมณ์ไว้ที่ตัวตลอดเวลาตามแนวทางของสติปัฏฐาน 4  จนจิตสามารถสัมผัสกับโลกทิพย์ได้เป็นปกติ  ตรวจสอบดูภายในร่างของคุณแดงปรากฏว่าพบ  พลังสีดำอยู่ที่ศีรษะเป็นพลังจิตที่ถูกส่งมาทำร้ายคุณแดง  จริงแล้วคุณแดงต้องเป็นอัมพาตทั้งตัว  แต่ด้วยบุญเก่าของเธอที่มีอยู่ปะทะไว้จึงมีผลทำให้ปวดหัวหรือปวดทั้งตัว  เมื่อผมรู้สาเหตุของการปวดว่าเกิดจากพลังจิตสีดำที่ส่งมาจากผู้มีพลังฤทธิ์ในการทำร้ายคนได้ด้วยพลังจิต  ผมจึงลองขอบารมีพระพุทธองค์มามลายพลังสีดำนี้ในตัวคุณแดงให้หมดสิ้นไป  ผมลองอธิษฐานขอบารมีพระพุทธองค์ลงมาล้างพลังอาคมดู 2-3 ครั้ง  ปรากฏว่าไม่หาย  พลังนั้นยังอยู่  ผมชักสงสัยเกิดอะไรขึ้น  อย่างนี้ต้องลองตรวจสอบกรรมดูโดยถามท่านผู้รู้ในโลกทิพย์  คำตอบที่ได้รับคือคุณแดงกับผู้ที่ส่งพลังจิตมาทำร้ายเขาเป็นคู่เวรกันผลัดกันทำมาหลายชาติแล้ว  ชาติสุดท้ายก่อนชาตินี้คุณแดงได้ใช้วิชาไสยศาสตร์ส่งตะปูและวัตถุเป็นแท่งๆเข้าไปในร่างของคนที่ทำร้ายคุณแดงในชาตินี้  เขาได้รับความเจ็บปวดทรมานจากการกระทำของคุณแดง (ผมเองก็ไม่รู้ว่าชาตินั้นคุณแดงเป็นผู้มีวิชาไสยศาสตร์เองหรือว่าจ้างวาน) พอชาตินี้คุณแดงจึงเป็นฝ่ายถูกกระทำบ้าง  ด้วยเหตุผลที่มีกรรมต่อกันนี่เองจึงทำให้ผมมลายพลังจิตนั้นไม่สำเร็จ

วิธีแก้ไขผมได้แนะนำให้คุณแดง  สร้างบุญให้มากโดยเฉพาะภาวนาเรียกว่าสร้างบุญหนีกรรมไม่ให้ตามทัน  ให้คิดอโหสิกรรมไม่คิดจองเวรกับผู้ที่ทำร้าย  วิธีล้างพลังจิตนั้นให้หมั่นขอบารมีพระพุทธองค์ลงมามลายพลังจิตนั้นบ่อยๆ  จะทำให้การรับกรรมนี้น้อยลง  โดยย้ำมากว่าต้องคิดอโหสิกรรมจริงจากใจไม่ใช่แค่พูดแต่ปากจึงจะได้ผลดี

จบไปแล้วหนึ่งเรื่องทีนี้เรื่องวิญญาณใครหนอ!  มาเข้าสิงร่างคุณแดงจนพูดออกมาด้วยภาษาแปลกๆท่าทางแปลกๆ ผมลองให้พวกผมตรวจดูหน้าบ้าน  ปรากฏว่าพบแล้ว  แต่ตัวอะไรหว่า  ไม่รู้จักเป็นวิญญาณที่มีรูปร่างแปลกมาก  คือ  เป็นดวงกลมมีตามีปากจมูกอยู่ในดวงกลมนั้น  มีมือยื่นออกจากดวงกลมนั้นหลายมือ  ดวงจิตกลมๆนี้ลอยอยู่หน้าบ้าน  ขณะพวกผมส่งกระแสจิตไปสัมผัสจิตเขา  พลังจิตตอบกลับเขามีพลังรุนแรงมากจนพวกผมปวดหัว

ตอนนี้ผมก็ชักงง  เอ!นี่เราเจออะไรหว่า  เขาเรียกว่าอะไรกันแน่หรือว่าจะเป็นอสูร  เพราะอสูรมีรูปร่างแปลกๆ มากมาย  ปกติผมจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพวกอสูร  เพราะเขามีฤทธิ์มาก  พลังจิตเขาแรงมากด้วย  มักจะพบตามภูเขาโดยเฉพาะในถ้ำ  เอาอย่างนี้ลองคุยกับเขาดูก่อน

ผม    :    ท่านเป็นผู้มาเข้าสิงร่างผู้หญิงคนนี้หรือ

ดวงจิต     :    ใช่  เรามาสิงร่างของผู้หญิงคนนี้เอง  แต่เรามาช่วยเขานะ

ผม    :    ท่านเคยได้รับบุญไหม

ดวงจิต     :    ไม่เคย  ไม่เคยมีใครให้บุญเรา

ผม    :    งั้นลองรับบุญจากผมดูนะ

หลังจากนั้นผมจึงอธิฐานเบิกบุญของผมส่งให้ดวงจิตดวงนี้ 2-3 ครั้ง

ดวงจิต     :    ดีๆ  บุญอย่างนี้เพิ่งเคยได้รับ  ส่วนมากมนุษย์ที่เห็นเรามีแต่ทำร้ายเรา  เพิ่งได้พบคนดีวันนี้เอง

หลังจากนั้น  ดวงจิตกลมๆ ได้เข้าร่างคุณแดง  แสดงท่าทางพร้อมพูดภาษาที่ผมฟังไม่รู้เรื่องดังลั่นบ้านเลย  พอเขาพูดจบผมบอกฟังไม่รู้เรื่องเลย  เอาอย่างนี้เดี๋ยวพูดใหม่อีกที  ผมรีบหันไปบอกพวกผมให้อธิษฐานขอบารมีพระพุทธองค์ให้พวกผมฟังภาษาเขาออก  พอพวกผมอธิษฐานเสร็จ  ดวงจิตกลมในร่างคุณแดงก็พูดภาษาของเขาอีกรอบ  พอพูดจบพวกผมก็แปลให้ฟังเลยดังนี้

เขามาจากดาวดวงหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าโลก  ยานของเขาระเบิด  ทำให้เขาต้องตาย  พอเขาตายวิญญาณเขาได้เร่ร่อนมาจนพบผู้หญิงคนนี้  เขาจำได้ว่าดวงจิตเดิมของหญิงคนนี้เคยเป็นเพื่อนเขาที่ดาวดวงที่เขาอยู่  เมื่อเขาจำได้ว่าเป็นเพื่อนเขาจึงได้ติดตามมาส่วนที่เขาสิงร่างก็เพื่อช่วยเพื่อนเขา  เพราะเขาเองก็มองเห็นก้อนพลังจิตสีดำที่ถูกส่งมาทำร้าย  เขาเองพยายามจะเอาพลังจิตสีดำนี้ออกแต่ลองแล้วทำไม่ได้เพราะมีกรรมขวางอยู่  จึงช่วยด้วยการเข้าสิงร่างตอนที่พลังจิตสีดำมันเริ่มแผ่พลังเป็นควันดำคลุมร่างเพื่อนเขาให้ได้รับความเจ็บปวดในกระดูกและกล้ามเนื้อ  พอเขาสิงร่างอาการเจ็บปวดจะแสดงอาการน้อยลง  พอเขาเข้าสิงร่างก็พยายามบอกกับคนรอบข้างแต่ไม่มีใครฟังเขารู้เรื่องเลย  เพิ่งจะคุยกันรู้เรื่องวันนี้

จากการอธิบายของพวกผม  ทั้งผมและคุณแดงก็เริ่มพอเข้าใจว่าเขาเป็นใคร  มาทำไม  สิงร่างคุณแดงทำไม  เพราะจากเดิมคุณแดงเข้าใจว่าเป็นวิญญาณที่ถูกส่งมาสิงเธอเพื่อทำร้ายเธอ

ผมจึงบอกวิธีอุทิศบุญให้คุณแดงให้บุญเพื่อนต่างดาวของเธอและอธิษฐานบอกกันเอาเองว่าอย่าเข้าสิงร่างเธอเลย  คอยช่วยอยู่นอกร่างก็ได้  ซึ่งเขาก็รับปากว่าจะลองดู

หลังจากนั้น  คุณแดงก็ลากลับกรุงเทพ  ปรากฏว่าทั้งผมและพวกผมตึงที่ศีรษะไปตลอดทั้งวันเลย  จากพลังจิตที่ออกมาจากดวงจิตต่างดาวพลังแรงมากจริงๆ  แต่สภาวะของเขายังเป็นสัมภเวสีนะครับ

แปลกมากไม่เคยพบ  ไม่เคยคิดว่าจะได้พบ  ผมอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว  เพิ่มขึ้น  เพื่อเป็นประโยชน์กับโลกมนุษย์เขาเองก็แสดงความเป็นมิตรกับผม  ก่อนอื่นต้องกราบทูลถามผู้อยู่สูงสุดในโลกทิพย์ก่อนว่าจะมีอันตรายหรือไม่  คำตอบคือปลอดภัยดังนั้นคืนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554  ผมจึงให้พวกของผมเปลี่ยนมาใช้มโนมยิทธิติดต่อกับวิญญาณต่างดาวดวงนี้  เพื่อให้อยู่ในความดูแลของพระพุทธองค์  เพราะการใช้มโนมยิทธิเราต้องสื่อสารโดยพระพุทธองค์ท่านสถิตอยู่เหนือศีรษะ  เพื่อความปลอดภัย 100 %

ผม    :    สวัสดี  ผมขอคุยรายละเอียดเกี่ยวกับดาวที่ท่านอยู่หน่อยได้ไหม

ดวงจิต     :    ได้ซิอยากรู้อะไรก็ถามมา

ผม    :    วันนี้ทำไมเราคุยกันรู้เรื่อง  เข้าใจภาษากัน

ดวงจิต     :    เรารู้จากจิตที่คิดคำพูดไม่ได้ฟังจากภาษาพูด  จิตเป็นภาษากลางที่เข้าใจกันได้ทุกดวงดาว

ผม    :    ดาวของท่านที่บอกว่าอยู่ใกล้โลก  แต่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่า  คือดาวอะไร  ดาวพุธหรือดาวศุกร์

ดวงจิต     :    ดาวศุกร์

ผม    :    ท่านมาทำอะไรที่โลกของเรา

ดวงจิต     :    เราเป็นนักวิทยาศาสตร์  ที่มีหน้าที่ศึกษาโลกมนุษย์นี้เพราะโลกมนุษย์นี้มีความเจริญน้อยที่สุดในจักรวาล  มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ล้าหลังกว่าโลกของเราเป็นล้านปี  จึงเป็นดวงดาวที่หน้าศึกษาเกี่ยวกับทรัพยากร  ดิน  สัตว์  พืช  ภูมิอากาศ

ผม    :    แล้วเกิดอะไรขึ้น  ท่านถึงได้มาเสียชีวิตที่โลกของเรา

ดวงจิต     :    เรามาที่โลกนี้หลายครั้งแล้ว  ทุกครั้งเราจะมาตามป่าเขา  ทะเล  ทะเลทราย  ในบริเวณที่ไม่มีมนุษย์อยู่  แต่ครั้งนี้เรามาเที่ยว ยานของเรามีทั้งจานบินและยานรูปทรงบุหรี่  ใช้ความเร็วเท่าความเร็วแสงจากดาวของเรามาถึงโลกนี้เพียง 2-3 วินาทีเนื่องจากยานเราขัดข้องเกิดระเบิด  เพื่อนเรา 2 คน ขี่ยานสำรอง กลับไป  แต่ยานสำรองของเราเกิดชำรุดกะทันหัน  เราจึงตกลงสู่พื้นโลกได้รับบาดเจ็บ  พอเราลุกขึ้นนั่งหายใจเอาอากาศของโลกเข้าไป  ทำให้เราเสียชีวิต  เพราะดาวเราไม่ใช้อากาศอย่าง โลกมนุษย์

ผม    :    อากาศที่ดาวศุกร์ไม่เหมือนกับโลกของเราหรือ

ดวงจิต     :    ที่โลกมนุษย์มีก๊าซเยอะมาก  ที่ดาวศุกร์ของเราเป็นสูญญากาศมีกลุ่มก๊าซลอยเป็นกลุ่มๆ  เราหายใจด้วยสูญญากาศ

ผม    :    งง! มีด้วยหรือหายใจด้วยสูญญากาศ  จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง มันขัดกับวิทยาศาสตร์ของโลกมนุษย์

ดวงจิต     :    ร่างกายเราแตกต่างกัน  มนุษย์อยู่ด้วยอากาศของโลกมนุษย์ดวงดาวเราก็อยู่ด้วยสูญญากาศแบบของเรา  กลุ่มก๊าซที่ดาวของ เราไม่ได้ใช้หายใจ

ผม    :    ที่ท่านมาศึกษาโลกมนุษย์นี้เพื่อยึดเป็นแหล่งทรัพยากรหรือ

ดวงจิต     :    ไม่เลย  ดาวศุกร์ของเราไม่เคยรุกรานดาวดวงไหน  เรามาเพียง เพื่อศึกษา  ขณะนี้ก็ยังมีมนุษย์จากดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่เราลงมาศึกษาโลกมนุษย์อยู่  เพียงแต่มนุษย์ไม่เห็นเขา

ผม    :    ตกลง  เอาจักรวาลนี้ก่อนดาวดวงไหนมีมนุษย์อยู่บ้าง

ดวงจิต     :    ดาวศุกร์ , โลก , ดวงจันทร์ของโลก , ดาวอังคาร , ดาวพฤหัส ,ดาวเนปจูน  ยกเว้นดาวพุธกับดาวเสาร์ไม่มีมนุษย์อยู่  โลกมนุษย์ล้าหลังที่สุด  ดาวดวงอื่นที่มีมนุษย์อยู่เขาเจริญทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเป็นล้านปี

ผม    :    จะเป็นไปได้ยังไง  นักดาราศาสตร์ , วิทยาศาสตร์  เขาใช้กล้อง ดูดาว  ส่องไปศึกษาดาวทุกดวงเลยไม่เคยพบว่ามีมนุษย์อยู่เลย มีเพียงโลกเท่านั้นที่มีมนุษย์อยู่

ดวงจิต     :    กล้องดูดาว  ของมนุษย์ไม่สามารถส่องเห็นพวกเราได้หรอกเพราะกายเราละเอียดกว่ากล้องดูดาวจะส่องเห็น  แต่ในอนาคตถ้าความเจริญทางวิทยาศาสตร์ของโลกมนุษย์มีมากขึ้นอาจสร้างกล้องดูดาวที่ส่องเห็นพวกเราได้ ฝากบอกนักวิทยาศาสตร์ของโลกมนุษย์ด้วย  เลิกเสียทีที่ส่งยานอวกาศไปสำรวจดาวดวงอื่น  ล้าสมัยมากการส่งยานแบบนี้  ดาวของเราเลิกใช้มานานมากแล้วเคยมีอยู่ในประวัติศาสตร์ของเรา  ถ้ามนุษย์อยากติดต่อกับดาวดวงอื่น  ให้ใช้จิตในการสื่อสารจึงจะสำเร็จ  มนุษย์ในดาวดวงอื่นที่เจริญทางวิทยาศาสตร์เขาติดต่อกันได้หมดแม้แต่ ดวงจันทร์ของโลก  กับดาวศุกร์เราก็ติดต่อกันด้วยจิต  หรือไป มาหาสู่กันด้วยยานที่มีความเร็วเท่าแสง  ทุกดวงดาวเขารู้จักโลกมนุษย์หมดแต่ชาวมนุษย์โลกไม่รู้จักเขาเลย  ดวงดาวอื่นเขาเรียกโลกมนุษย์นี้ว่า “ดาวน้ำ” มีน้ำมากจริงๆ

ผม    :    ที่ดาวศุกร์  เวลาติดต่อพูดคุยกันใช้ภาษาจิตหรือ

ดวงจิต     :    เรามีภาษาพูดของเรา  อย่างที่เราพูดตอนเข้าสิงร่างของผู้หญิงคนนี้แต่ที่ดาวของเรา  ตั้งแต่เป็นเด็กเริ่มเรียนภาษาอักษรเรียนวิทยาศาสตร์และศาสตร์อื่นๆ  แล้วยังต้องเรียนวิธีฝึกจิตเพื่อพูดติดต่อกันทางโทรจิต  ถือเป็นเรื่องปกติของดาวเราที่สามารถพูดติดต่อกันทางจิตโดยไม่ต้องออกเสียงพูดทางปาก  นอกจากนี้จิตยังเป็นภาษากลางที่เราใช้ติดต่อกับดาวดวงอื่นที่มีมนุษย์อยู่ได้  ดาวดวงอื่นเขาก็มีภาษาพูดของเขา  แต่เราสามารถติดต่อกันด้วยจิตซึ่งเป็นภาษากลางของจักรวาล

ผม    :    ที่ผมฟังคำตอบนี้  แสดงว่าที่ดาวของท่าน  มนุษย์ที่ดาวศุกร์ต้องฝึกจิตกันเป็นปกติจนสามารถสื่อสารกันทางจิตได้  แต่ที่โลกมนุษย์นี้ปัจจุบันถือเป็นมนุษย์พิเศษ  ผู้ทรงฌานเท่านั้นจึงจะทำได้  มิน่า! เวลาติดต่อกังท่าน  พวกผมถึงได้ปวดหัว  แสดงว่าพลังจิตของท่านแรงมาก

ดวงจิต     :    ที่ดาวเราถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ผม    :    การขยายเผ่าพันธุ์ที่ดาวท่านมีการสืบพันธุ์เหมือนมนุษย์หรือเปล่า

ดวงจิต     :    ในอดีตนานมาแล้วใช่เป็นแบบเดียวกันแต่เลิกไปนานแล้วที่ดาวเราใช้การนำเชื้อของเพศชายกับไข่ของเพศหญิงนำมาผสมกันในหลอดแก้วจนเกิดเป็นมนุษย์ทารก  เลี้ยงอยู่ในแคปซูลที่ใหญ่ขึ้นจนเป็นเด็กที่อวัยวะครบถ้วนแล้วจึงนำออกมาเลี้ยง ภายนอก  พอโตขึ้นก็ต้องศึกษาเล่าเรียนความรู้ต่างๆแต่ดาวของเราไม่ได้ใช้หนังสือกระดาษอย่างโลกมนุษย์  ใช้เป็นแผ่นโลหะบางๆ ภาพทุกอย่างจะแสดงปรากฏในแผ่นโลหะนั้นทุกอย่าง เราเรียนทุกอย่างจากแผ่นโลหะนี้

ผม    :    ถ้าเปรียบเทียบกับโลกมนุษย์ผมว่าคล้ายกับโน้ตบุ๊คใช่ไหม

ดวงจิต     :    ที่ดูภาพจากจิตของท่าน  ก็คงคล้ายๆกันแต่ของเราบางกว่ามาก

ผม    :    แปลกดีนะ  ไม่มีการสืบพันธุ์แบบธรรมชาติ แต่ใช้วิธีผสมพันธุ์

แบบวิทยาศาสตร์

ดวงจิต     :    ที่ดาวเราทำอย่างนี้  เพื่อไม่ให้เกิดกิเลส  จนถือเป็นเรื่องปกติ

ผม    :    รู้เรื่องกิเลสด้วยหรือ

ดวงจิต     :    รู้ซิ  ที่ดาวของเราก็มีศาสนาเหมือนกัน  มีนักบวชด้วย  คำสอน

ในการฝึกจิตที่โลกเราจะต้องทำให้กิเลสเบาบางจากรัก โลภโกรธ หลง  ทำสติอยู่ที่กายตลอดเวลา

ผม    :    ที่ฟังนี่  เหมือนศาสนาพุทธของเราเลย  วิธีฝึกนั่นมันการฝึกจิตแบบสติปัฏฐาน 4 ของพระพุทธเจ้าของเรานี่  แล้วที่ดาวของท่านมีพระพุทธเจ้าไหม

ดวงจิต    :    มีเหมือนกัน  แต่เราไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้า  มีแต่คำสอนที่นักบวชของเราสอน  ให้มนุษย์ที่ดาวศุกร์ปฏิบัติกัน

ผม    :    แปลกมาก  สงสัยจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันแน่ๆ  เพราะในหนึ่งจักรวาล  จะมีพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้น  ผมขอถามหน่อย  ท่านทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านไหน

ดวงจิต     :    เรามีหน้าที่ศึกษาโลกมนุษย์ที่เราเรียกว่าดาวน้ำนี้เกี่ยวกับพืช และทรัพยากรธรรมชาติ เอามาวิจัยหาว่ามีอะไรจะเป็นประโยชน์กับดาวของเราบ้าง  ถ้าพบอะไรมีประโยชน์เราจะนำตัวอย่างไปเพื่อทดลองผลิตและขยายพันธุ์ในโลกของเรา

ผม    :    พวกท่านไม่ได้คิดมานำทรัพยากร  จากโลกใบนี้ไปใช้ที่ดาว

ของท่านหรือ

ดวงจิต     :    อ๋อ! เอาไปเล็กน้อยเพื่อวิจัยและผลิตขึ้นเอง  ไม่ได้คิดมาขนเอาไปมากมายหรอก  เพราะดาวศุกร์เรารักสันติไม่ได้มีนิสัยดุร้ายหรือคิดรุกรานใคร

ผม    :    มนุษย์ที่ดาวดวงไหน  ที่ว่าดุร้ายมีอยู่หรือ

ดวงจิต     :    มีซิ  มนุษย์โลกนี่แหละดุร้าย  แต่ยังน้อยกว่ามนุษย์ดาวอังคาร เขาดุร้ายกว่า  ที่ส่งยานไปลงดาวอังคารน่ะ  เขาเห็นนะ  แต่เขา เห็นเหมือนของเด็กเล่น  ระวังอย่าไปยุ่งกับเขามากนะระวังจะไม่ปลอดภัย

ผม    :    ท่านรู้ได้อย่างไรว่าชาวดาวอังคารดุร้าย

ดวงจิต     :    อ๋อ! รู้จากเวลาติดต่อกับเขาทางจิต  จึงรู้ว่าจิตเขาไม่ค่อยดี

ผม    :    มนุษย์โลกที่ท่านว่าดุร้ายนี่ล่ะ

ดวงจิต     :    ก็เห็นนี่  ชอบรบกันฆ่ากัน  สร้างอาวุธมากมายไว้ทำร้ายกัน ฆ่ากัน  ยังอีกนะ  หญิงที่เราเข้าสิงเขาคนนี้  เขาเข้าใจว่าเราเป็นผีถูกส่งมาเข้าสิงเขา  ทั้งๆ ที่เราเข้าแทรกร่างเพื่อช่วยลดอาการทรมานให้แท้ๆ  เราตั้งใจช่วยเพื่อนเก่าเราจริงๆแต่หญิงคนนี้ พยายามไปหามนุษย์ผู้มีพลังจิตเพื่อให้ขับไล่เรา  มนุษย์ที่มีพลัง จิตเหล่านี้  มีบางคนมองเห็นเราแต่ทั้งหมดใช้วิธีทั้งสวด ทั้งเอา น้ำมาราดตัวหญิงคนนี้โดยมุ่งพลังจิตมาทำร้ายเราทั้งนั้น  เราเองก็ต้องเข้าสิงร่างหญิงคนนี้แล้วพูดอธิบายให้เขาฟัง  แต่ไม่มีใคร รู้เรื่องเลยมุ่งแต่ทำร้ายเราให้ได้  ถึงเขาพยายามทำด้วยวิธีไหนก็ ตามอย่างมากก็ทำให้เราแสบๆคันๆเท่านั้น  ทำอะไรเรามากกว่านี้ไม่ได้

ผม    :    ที่ดาวของท่านใช้อะไรเป็นอาวุธหรือ

ดวงจิต     :    ในประวัติศาสตร์ของดาวศุกร์เรานานมากแล้ว  พวกเราเองก็ทำ สงครามกันมามาก  เข่นฆ่ากันมามาก  จนถึงใช้นิวเคลียร์อย่างที่โลกมนุษย์มีกันในปัจจุบัน สงครามในโลกเราเคยใช้กันมาก่อนแล้ว  ในที่สุดทุกฝ่ายก็ไม่เหลืออะไรนอกจากความพินาศทุกฝ่ายเบื่อหน่ายการรบราฆ่าฟันกัน  โลกของเราจึงเข้าสู่สภาวะสันติจนปัจจุบัน  อาวุธนิวเคลียร์ปัจจุบันเราไม่มีใช้แล้วเป็นเพียงอาวุธในประวัติศาสตร์  พวกเราถือว่ามันมีแต่โทษทำลายล้าง  อาวุธของพวกเราปัจจุบันมีลักษณะเป็นปืนแต่ยิงออกไปเป็นน้ำเพื่อผลักดัน หยุดยั้ง  ที่แรงมากก็เป็นปืนที่ยิงออกไปเป็นไฟฟ้า ส่วนแรงสุดจะเป็นการยิงเป็นแสงเพื่อทำลายล้างทั้งหมดเราเอาไว้ใช้ป้องกันตัวเท่านั้นไม่ได้คิดทำร้ายใค เพราะปัจจุบันโลกของเรามีแต่สันติไม่มีการทำร้ายกัน  แต่พวกเราก็ต้องระวังดาวดวงอื่นๆที่อยู่ในจักรวาลและนอกจักรวาลเหมือนกันเพื่อความปลอดภัย

ผม    :    ดาวดวงอื่นนอกจักรวาลในจักรวาล  ยังมีการคิดจะไปทำสงครามหรือรบกวนพวกท่านหรือ

ดวงจิต     :    การสื่อสารทางจิต  โลกดาวศุกร์ของเราติดต่อกับมนุษย์ดาวอื่นอีกมาก จะรู้ว่าดาวดวงใดดุร้ายหรือดี  แต่เราไม่ได้ไปยุ่งหรือก่อกวนเขา  ก็ไม่มีอะไรกันหรอก  เพียงแต่เป็นการเตรียมการป้องกันตัวเองเท่านั้น  อย่างที่เรามาสำรวจดาวน้ำ คือโลกมนุษย์ก็มีมนุษย์จากดาวดวงอื่นๆ เขาก็มาสำรวจเช่นกัน  ทั้งบนบก และในทะเล  แต่เราไม่ยุ่งเกี่ยวกัน  ต่างคนต่างทำงาน ไม่มีอะไร

ผม    :    อย่างนี้โลกของผมเป็นสนามสำรวจ ทดลองของมนุษย์ดาว อื่นๆ  นะซิ

ดวงจิต     :    ใช่แล้ว ก็ดาวน้ำดวงนี้มนุษย์ยังไม่มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ คือ ล้าหลังที่สุด  แต่มีทรัพยากรและน้ำมากที่สุด  ใครก็ต้องสนใจจริงไหม!

ผม    :    ที่ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์  ท่านทำงานให้ใครแล้วมีรายได้เป็น เงินเหมือนโลกผมไหม

ดวงจิต     :    เงินอย่างที่โลกมนุษย์ใช้กันมีอยู่ในประวัติศาสตร์ของเรา  แต่ปัจจุบันเลิกใช้หมดแล้ว เราทำงานให้ส่วนรวมได้รับเป็นอาหาร และสิ่งของในการดำรงชีวิต  เป็นการตอบแทนไม่มีการใช้เงินในโลกของเรา

ผม    :    โลกดาวศุกร์มีเป็นประเทศต่างๆอย่างโลกเราไหม

ดวงจิต     :    ไม่มี  เป็นประเทศเดียว  เผ่าพันธุ์เดียวกันทั้งโลก

ผม    :    แล้วมีพระเจ้าแผ่นดิน หรือประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรี อย่างโลกของผมไหม

ดวงจิต     :    เรามีเพียงผู้นำ  ซึ่งมาจากการเลือกผู้ที่เก่งที่สุดดีที่สุดเป็นผู้นำ

ผม    :    บ้านเมืองของท่าน  มีการทำเกษตรกรรม  ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไว้เป็นอาหารหรือไม่

ดวงจิต     :    การปลูกพืชไว้เป็นอาหารมี  ส่วนการเลี้ยงสัตว์ไม่มีชาวโลกดาวศุกร์ไม่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์  เรากินพืชเป็นอาหารหลักโดยนำมาทำเป็นอาหารสำเร็จรูป

ผม    :    ที่โลกของท่าน  เวลาเดินทางไปไหนใช้จานบินหรือ

ดวงจิต     :    เอาที่ใช้ในการเดินทางระยะใกล้ในบ้านเมือง  พาหนะที่ใช้ บรรทุกของหนักจะมีล้อขับเคลื่อนไปคล้ายโลกมนุษย์แต่ยานที่ใช้เดินทางระยะใกล้  ไม่มีล้อแต่จะลอยเหนือพื้นไปช้าๆ  ส่วนยานพาหนะแบบโลกมนุษย์ใช้กัน  โลกของเราเลิกใช้นานแล้ว แต่ยังบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์

ผม    :    แล้วใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงหรือเปล่า

ดวงจิต     :    ในอดีต เคยใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง  แต่เลิกไปนานแล้วปัจจุบันเราใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์นำมาผลิตเป็นไฟฟ้าบรรจุไว้ในที่ เก็บพลังงาน

ผม    :    ที่มนุษย์ใช้เป็นแบตเตอรี่ใช่ไหม

ดวงจิต     :    คงใช่  ที่เก็บพลังงานที่เราใช้มีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ สีเงิน

เก็บพลังงานได้มากมายใช้กับพาหนะทุกอย่าง  พลังงานจากแสงอาทิตย์ไม่มีวันหมดและไม่เกิดมลพิษกับโลกเราเหมือนในอดีต  ยานที่นำมาที่โลกมนุษย์ก็ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เช่นกัน

ผม    :    โลกดาวศุกร์ของท่านอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์กว่าโลกเราพลังงานแสงอาทิตย์คงร้อนมาก  พวกท่านร้อนกันมากไหม

ดวงจิต     :    อุณหภูมิที่โลกเราก็เป็นปกติ  แต่พอเรามาที่โลกมนุษย์ นี้อากาศหนาวเย็นกว่าโลกเรามาก  เอาเป็นว่าความเคยชินของใครของมัน  เราก็ว่าโลกเราอุณหภูมิพอเหมาะสำหรับเรา

ผม    :    เออ! จริงซินะ  เราก็ว่าอุณหภูมิโลกเราพอเหมาะสำหรับเราเช่นกัน  แล้วที่โลกของดาวศุกร์มีนรก สวรรค์เหมือนโลกเราไหม!

ดวงจิต     :    มีซิ ก็นรก สวรรค์ที่เดียวกันนั่นแหละ

ผม    :    ก็ผมติดต่อกับทั้งสวรรค์ นรกไม่เห็นมีมนุษย์ต่างดาวเป็นเทวดา

หรือสัตว์นรกนี่

ดวงจิต     :    มีซี  ท่านเอาแต่จำว่าเป็นรูปร่างอย่างมนุษย์นี่ จริงๆ ทั้งหมดมี แต่ดวงจิต  จะดูออกได้อย่างไรว่าดวงจิตไหนคือดวงจิตจากดาวดวงอื่น

ผม    :    อือ! ยังไม่กระจ่างนัก  วันหลังจะลองพิสูจน์ดูเทวดาต่างดาวดูอีกทีนะ  สัตว์นรกคงต้องถามท่านพยายมแล้วรูปร่างที่พบนี่เป็นดวงกลมๆ มีตามีปากมีแขนแล้ว  มนุษย์ดาวศุกร์จริงๆรูปร่างอย่างนี้หรือ

ดวงจิต     :    รูปร่างมนุษย์ที่ดาวศุกร์เราก็มีรูปร่างเหมือนมนุษย์โลกนี่แหละ สูงประมาณ 150 ซม.  ผู้ชายผมสั้น  ผู้หญิงผมยาว  อายุเราก็ประมาณ 50-70 ปี  ตกลงรูปร่างเหมือนกันนี่แหละ  แต่ชุดแต่งกายจะเป็นชุดติดกันทั้งเสื้อกางเกงสีเงินมีแขนสั้นแขนยาว ที่ท่านเห็นเป็นดวงกลมนี่มันวิญญาณเราไม่ใช่ร่างเรา

ผม    :    รูปร่างชักจะเหมือนหนังสตาร์วอร์สแล้วนะ  แล้วที่เราพบในพบในหนังสือมนุษย์ต่างดาวรูปร่างอย่างที่ผมนึกภาพนี่ล่ะ มีอยู่หรือเปล่า

ดวงจิต     :    อ๋อ! มีอยู่แต่เป็นดาวดวงอื่นไม่ใช่ดาวเรา

ผม    :    ตั้งแต่โบราณมามนุษย์สร้างปีระมิดที่อียิปต์  ชาวมายาหรือพวก แอตแลนติส  ผมเคยอ่านหนังสือมาว่าเขาเหล่านั้นรับการช่วยเหลือด้านวิชาการและความสามารถจากมนุษย์ต่างดาวท่านพอรู้เรื่องนี้ไหม

ดวงจิต     :    อ๋อ! รู้มีมนุษย์จากดาวดวงอื่นลงมาที่โลกมนุษย์นานมากแล้ว และมนุษย์สมัยโบราณของโลกเมื่อหลายพันปีก่อนก็มีความสามารถในการติดต่อทางจิตกับมนุษย์จากดาวดวงอื่นได้  เลยสามารถรับความรู้ต่างๆ  และยังได้รับความช่วยเหลืออีกหลายอย่างจากมนุษย์ที่มาจากดาวดวงอื่นจริง

ผม    :    วิญญาณท่านสามารถกลับไปยังดาวศุกร์ได้หรือเปล่า  ทำไมถึงยังมาวนเวียนอยู่ที่โลกมนุษย์  ไม่คิดถึงบ้านหรือ

ดวงจิต     :    เราสามารถกลับไปได้ตลอดเวลา  เรากลับไปดาวของเรามาแล้วไปคุยติดต่อกับเพื่อนเราที่กลับไป  คือเราคุยกันทางจิตนะ  ที่เรากลับมาโลกมนุษย์อีก  คือผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนเก่าเรา  แล้วก็กำลังลำบากจากการถูกกระทำด้วยพลังจิต  เราก็ต้องคอยอยู่ช่วยและอีกอย่างคือเราทำหน้าที่สำรวจโลกมนุษย์นี้ได้อย่างสบาย  ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เราก็ใช้โทรจิตส่งข่าวสารไปบอกเพื่อนนักวิทยาศาสตร์ของเราได้ตลอดเวลา  คือเราก็ยังทำงานในหน้าที่ของเราต่อถึงแม้เราจะตายแล้ว

ผม    :    นึกไม่ออกว่าจะถามอะไรอีก  เอาอย่างนี้ถ้าผมมีข้อสงสัยอะไรอยากขอข้อมูลมาเปิดเผยให้มนุษย์ชาวโลกได้รู้เกี่ยวกับดาวศุกร์ อีกจะได้ไหม

ดวงจิต     :    ได้ซิ มีอะไรก็ส่งกระแสจิตมาหาเรา  เราจะมาคุยด้วยอีก  ตอนนี้เราจะยังอยู่กับผู้หญิงเพื่อนเก่าของเราคนนี้  ยังไม่คิดจะไปไหน มีอะไรก็ติดต่อมา

หลังจากจบการสัมภาษณ์วิญญาณมนุษย์ดาวศุกร์ผู้นี้  ตัวผมและพวกของผมตึงที่หัวไปอีกชั่วโมง  พลังจิตเขาแรงมากจริงๆ   ดีที่เป็นมิตรกับผม  จึงไม่มีภัยอะไร  ลองเทียบพลังจิตดูแล้วมีพลังจิตเท่ากับพรหมของเราเลย  เพราะขณะเขามีชีวิตเขาสามารถใช้โทรจิตได้เป็นปกติ  เทียบเท่ากับโลกมนุษย์คือผู้ทรงฌานตลอดเวลานั่นเอง

ขอจบเรื่องมนุษย์ต่างดาวเพียงเท่านี้  ข้อมูลที่ได้มาจากประสบการณ์ครั้งนี้แปลกมาก  จะเชื่อก็ได้ไม่เชื่อผมก็ไม่ว่ากัน  เพราะผมเขียนให้อ่านฟรีๆไม่ได้มีรายได้จากค่าเขียนเลย  แต่เน้นให้เห็นว่าผมเน้นการอุทิศบุญให้วิญญาณที่ติดต่อ  ไม่มีการใช้ฤทธิ์จากพลังจิต  เพียงแค่นี้  ก็สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับวิญญาณได้มากมาย

อ้อ! ลืมข้อมูลไปอย่างนึง  วิญญาณจากดาวศุกร์เขาบอกว่า  สามเหลี่ยมหรือพีระมิด  เป็นสัญลักษณ์สากลของจักรวาล  เป็นสถานีรับพลังงานและการสื่อสาร  เป็นที่รู้กันในระหว่างดวงดาว  จริงหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ครับ

……………………………คนธรรมดา

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here