หน้าแรก เห็นกรรม พบตะเคียนทองหลังวัดให้โชค โดย คนเคลียร์กรรม

พบตะเคียนทองหลังวัดให้โชค โดย คนเคลียร์กรรม

409
0

แม่ตะเคียน

คนไทยเรา เคยได้ยินคำบอกเล่า เกี่ยวกับต้นตะเคียนว่ามีวิญญาณนางตะเคียนสิงสู่อยู่ และอาจจะแสดงความดุร้าย ถ้ามีใครไปลบหลู่ดูหมิ่น หรือไปตัดต้นตะเคียนเข้า ขนาดนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ , นวนิยาย บอกกล่าวถึงความน่ากลัว ความดุร้ายของนางตะเคียน คนไทยเราก็เชื่อกันแบบนี้แต่โบราณ จนไม่นิยมเอาไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน เพราะกลัวผีนางตะเคียน ต้นตะเคียน จะพบได้ตามวัด ลำต้นขนาดใหญ่ มีศาล มีพวงมาลัย บอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเขาให้ความนับถือและเกรงกลัว

มีจริงหรือ น่ากลัวจริงหรือ ลองอ่านเรื่องราวแม่ตะเคียนที่ผมพบดูจะได้เข้าใจ เธอเหล่านั้นในทางที่ดี เราไปเข้าใจผิดเธอ สร้างภาพเธอเป็นผีร้ายเธอสวยอย่างนางเอกหนังแท้ๆ นะแม่ตะเคียนนะ ผมจะช่วยแก้ภาพพจน์ให้ คนเขาจะได้เลิกกลัวแม่ตะเคียนกันเสียที เขียนเสร็จแล้ว ขอสามตัวบนตรงๆนะแม่ตะเคียน จ๊ะ!ตกลงให้สามตัวบนตรงๆเลย แต่ออกงวดไหนไม่รู้นะ งั้นไม่เอาดีกว่า

“วัดประสิทธิ์คุณากร” ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดใหม่” อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมที่ อ.บางระจัน คือผมมีบ้าน 2 หลัง อยู่ชัยนาทหลังหนึ่ง และ บางระจันหลังหนึ่ง   วันหนึ่งผมขับรถผ่านวัด  เห็นต้นตะเคียนใหญ่ประมาณ 5 ต้น ผมอุทิศบุญแจกทั่ววัดตามปกติของผม พออุทิศบุญแจกเสร็จ หันไปบอกพวกผมว่า สาวๆที่วัดนี้สวยนะ  (ผมหมายถึงแม่ตะเคียน)  พวกผมบอกแม่ตะเคียนทำเลขให้ดูแน่ะ เลข 6 เอาไปซื้อหวยซิ เออ!ชักเข้าท่าแฮะ แม่ตะเคียน แกยิ้มทักทาย ปรากฏว่ามี 5 นาง ชุดไทยสไบเฉียง สวยๆทั้งนั้น ไม่สวยยังไง นั่นนางฟ้าทั้งนั้น ชั้นจาตุมหาราชิกา  อยู่ในกลุ่ม รุกขเทวดาไม่ใช่มีแต่ต้นตะเคียนนะ ต้นไม้ที่มีแก่นเห็นมีเทวดาหรือนางฟ้า มาตั้งวิมานสถิตอยู่ทั้งนั้น  ถ้าต้นยิ่งใหญ่ จะมี สถิตอยู่หลายองค์อย่างข้างบ้านผม ต้นจำปาขนาดลำตัวคน แม่นางไม้ แกตั้งวิมานอยู่บนต้นเลย หน้าตาส๊วยสวย แต่ต้นโพธิ์ใหญ่ที่วัดแมว เป็นวัดร้างมีขนาดใหญ่มาก ปรากฏเทวดามาสถิตอยู่เกิน 10 ท่านอีก ตกลงตามต้นยาง,โพธิ์,ไทร เห็นมีรุกขเทวดาประจำอยู่ทั้งนั้น ถ้าใครไปตัดไม้มาสร้างบ้าน รุกขเทวดาคือ เทวดา หรือนางฟ้านั้นก็จะตามมาอยู่ในบ้านด้วย คือมากับไม้ แล้วนำวิมานมาสถิตอยู่หลังคาบ้านเลย บ้านผมที่บางระจัน ก็มีนางไม้อยู่ด้วย 5 นาง ไม้บางต้นพอนำมาสร้างบ้านหรือกุฏิ ศาลาในวัด เห็นตกน้ำมันก็มี คนเขากลัวกันมาก ว่าวิญญาณที่มีฤทธิ์ รุนแรงสถิตอยู่ ต้องทำพิธีให้ถูกต้อง มีพวงมาลัยดอกไม้ ปิดทอง บางที่ก็มีชุดไทย แขวนไว้ให้ด้วย ดูซิความกลัว คงไม่เข้าใจ นี่ถ้ามีใครขายบ้านที่มีเสาตกน้ำมัน ในราคาถูกๆ จนผมซื้อไหว ผมซื้อนะ ได้มาละก็ยิ้มเลย ได้คนเฝ้าบ้านมาพร้อมสบายละ ไม่ต้องใส่กุญแจเลย  กล้าไหมครับ ท่านผู้อ่าน กล้าๆหน่อย จะได้มีประสบการณ์วิญญาณมาเขียนช่วยผมมั่ง

ย้อนกลับมาที่วัดประสิทธิ์คุณากร หรือวัดใหม่ พอแม่ตะเคียนแกมีไมตรี อย่ากระนั้นเลย ช่วยไปเที่ยวบ้านเราดีกว่า(ดูความบ้านะ) ผมขับรถเข้าไปใกล้ๆต้นตะเคียน แล้วร้องบอกแม่ตะเคียนให้ได้ยิน “แม่ตะเคียนคืนนี้ไปเที่ยวบ้านผมนะ”หลังจากนั้นผมก็ขับรถกลับบ้าน ทำงานในสวนตามปกติ จนเย็นกินข้าวเรียบร้อย พอค่ำลงก็นึกถึง แม่ตะเคียนจะมาหาหรือเปล่าหนอ

เด็กในบ้านผมมองออกไปข้างนอก เห็นผู้หญิงนุ่งผ้าถุงสไบเฉียงยืนอยู่ โดยมองผ่านหน้าต่างออกไปเห็นพอดี เลยมาบอกผม แม่ตะเคียนมาแล้วนะ อยากคุยอะไรด้วยก็คุยกันซะ ผมเลยขออาศัยเด็กเป็นล่ามให้

ผม             :       สวัสดี แม่ตะเคียน มานานแล้วเหรอ

แม่ตะเคียน :       พอเธอนึกถึงเราก็มา ยืนให้เห็น จะได้รู้ว่ามา

ผม             :       แม่ตะเคียนที่วัดอยู่กันกี่คนครับ แล้วอยู่กันมานานหรือยัง

แม่ตะเคียน :       เราอยู่กัน 5 คน ถูกส่งลงมาอยู่ที่วัดนี้ตั้ง 2-300 ปี แล้ว

ผม             :       ทำไมนานจัง อยู่ที่ต้นไม้เฉยๆนี่นะ เป็นร้อยปี

แม่ตะเคียน :       เพิ่งอยู่ได้ไม่กี่วันสวรรค์เอง เรามาดูแลสมบัติที่อยู่ใต้ดินด้วย ท่านเบื้องบนให้ดูแลไว้ เราจำเธอได้ตั้งแต่ชาติที่แล้ว เพราะเธอเกิดแถวนี้ เราถึงได้ทักทายเธอ

ผม             :       โอ้โฮ! เล่นจำกันข้ามชาติเลยหรือ ผมจำไม่ได้หรอก

แม่ตะเคียน :       ทำไมจะจำไม่ได้   ตอนนี้เธอก็รู้แล้วนี่ ว่าชาติที่แล้วเกิดเป็นใคร อยู่ที่ไหน เพื่อนเธอชาติที่แล้ว ก็ยังมาเยี่ยมบ้านเธอออกบ่อย เห็นมาช่วยกันดูแลเพื่อนเก่า รักกันจังนะ  รู้สึกจะเป็นลับแลอยู่ที่ค่ายบางระจัน

ผม            :        ก็พอรู้บ้าง แต่ไม่มากนัก คุยกันจริงๆ 2 หนเอง แม่ตะเคียนทำบุญอะไรมา ถึงได้เป็นนางฟ้า แล้วทำไมถึงลงมาอยู่ที่ต้นตะเคียนละครับ

แม่ตะเคียน :       พวกเราก็เป็นชาวบ้านแถวนี้แหละ ทำบุญใส่บาตรกันตามประเพณี ทอดกฐินผ้าป่ากัน เป็นครั้งคราว พอหมดอายุตายไป จิตเกาะอยู่กับบุญกุศลที่เคยทำ วิญญาณก็ลอยขึ้นไปอยู่ที่สวรรค์ชั้นที่ 1 จาตุมาหาราชิกา บาปที่เคยทำพวก กุ้ง หอย ปู ปลาที่เคยฆ่าก็ยังรอตอบสนองเราอยู่ ดีที่ตอนจะสิ้นใจตาย จิตคิดถึงพระ คิดถึงบุญที่เคยทำ เลยได้มาเป็นนางฟ้าเลย ไม่ต้อง ไปรับการสอบสวนที่สำนักพญายม

ผม            :        แม่ตะเคียนเป็นมนุษย์ตั้งแต่ยุคไหน หรือครับ

แม่ตะคียน :        สมัยยุคต้นกรุงอโยธยา

ผม            :        แล้วทำไมต้องลงมาจากสวรรค์ มาอยู่ที่วัดนี้ตั้งเป็นร้อยปี

แม่ตะคียน :        เป็นกระแสเสียงรับสั่งจากเบื้องบน ให้ลงมาอยู่ที่ต้นไม้ที่วัดนี้เพื่อรักษาพระศาสนาและสมบัติของพระศาสนาที่อยู่ใต้ดินริมน้ำแม่น้ำน้อยนี้ จะได้เป็นการสร้างกุศลให้กับตัวเราเอง

ผม            :        ผมเห็นมีศาลไม้อยู่ที่ใต้ต้นตะเคียน มีของเซ่นไหว้บูชา มีของแก้บนด้วย   แม่ตะเคียนบอกหวยเขาถูกหรือ เห็นให้เลขพวกผม

แม่ตะเคียน :       ไม่ได้ให้หวยใครหรอก มันผิดกฎโลกวิญญาณ ถ้าใครเขามีโชคเขาก็ถูกเอง ที่ให้เลยพวกเธอน่ะ พวกเราหยอกเล่น ก็เรารู้จักเธอมาก่อนแล้วนี่ แล้วเธอยังอุทิศบุญให้พวกเราที่อยู่ในวัด เราก็เลยทักทายเล่น ยังมาชวนเรามาเที่ยวบ้าน เราก็เลย มาเยี่ยมจริงๆ เดี๋ยวจะว่าแม่ตะเคียนอย่างพวกเราไม่แน่

ผม             :       ผมก็ทักทายเล่น เอาว่าถือว่าเรารู้จักกันเป็นญาติธรรมกันนะ

แม่ตะเคียน :       ช่วยงานเธอตั้งนานแล้ว เก็บวิญญาณแถววัดมาปฏิบัติธรรมสร้างบุญกันอยู่ ใครก็อยากได้บุญกันทั้งนั้น ทำกันทุกวัดเลย

ผม             :       ผมขอโมทนาบุญด้วยนะครับ ขอบคุณมากที่มาเยี่ยม ถ้าคิดถึงวันหลังก็มาเยี่ยมกันอีกนะครับ ขอบคุณครับ

เห็นไหมครับ แม่ตะเคียนหรือนางไม้ ไม่ได้น่ากลัวเลย เธอคือนางฟ้าทั้งนั้น เธอเองต้องรักษาศีล ปฏิบัติธรรมสร้างบุญของเธอไม่ได้มาเที่ยว หลอกหลอนใครให้กลัวเธอเสียหน่อย ละคร หนัง ทำเอาเธอเสียภาพพจน์หมด แต่ถ้าใครไปลบหลู่ กระทำไม่ดี กับเธอมันก็ไม่แน่ เธอก็ยังโกรธเป็น โมโหเป็น อาจจะใช้พลังที่เธอมีอยู่จัดการสั่งสอนคนที่ไปล่วงเกินเธอได้นะครับ แม่นางไม้หรือแม่นางฟ้า บางท่านมีพลังจิตดีมาก มีฤทธิ์มากอาจจะแสดงให้รู้โดยเป็นเสาตกน้ำมันให้คนได้รู้กันว่า มีฉันอยู่ที่เสาต้นนี่นะ ที่สุพรรณบุรี มีบ้านหลังหนึ่ง ปลูกสร้างเสร็จ เจ้าของอยู่ไม่ได้ เพราะขณะไม่มีคนอยู่บ้าน ประตูหน้าต่างปิดเปิดเองได้ ไฟฟ้าปิดเปิดเองได้ตกลงไม่มีใครกล้าอยู่ กลายเป็นบ้านร้าง เสาในบ้าน ปรากฏว่าตกน้ำมันด้วย ประกาศขายอยู่นานก็ไม่มีใครซื้อ ชาวบ้านแถวนั้นกลัวกันหมด บ้านไม่มีรั้วล้อมเสียด้วย แต่ไม่มีขโมยคนไหน กล้าเข้าไปขโมยในบ้านเลย  โถ!ใครจะกล้าเข้าไปเล่า ก็เล่นมี รปภ.แบบพิเศษอย่างนี้ แต่อยู่มาวันหนึ่งมีคนๆหนึ่งมาทำงานที่สุพรรณบุรี ไปเห็นบ้านติดป้ายขายเข้า ถูกใจบ้านหลังนี้ มาก ขนาดมีคนเตือนว่าบ้านร้างหลังนี้ ผีดุ ไม่มีใครเขาซื้อกัน ขนาดเจ้าของบ้าน พอสร้างเสร็จยังอยู่ไม่ได้ เฮี้ยนเหลือเกิน แต่อีตาคนนี้บอกไม่กลัวผี ชอบบ้านสวยถูกใจ ตกลงแกไปติดต่อขอซื้อบ้าน จากเจ้าของบ้าน โดยจ่ายเงินสดเลย เจ้าของบ้านดีใจมาก ที่ขายบ้านได้แล้ว ลดให้ครึ่งราคาเลยเพราะกลัวจะไม่ซื้อ ตกลงอีตาคนนี้ได้บ้านสวยราคาถูกไป

พอซื้อบ้านได้แล้ว แกก็ขนข้าวของเข้าไปอยู่ในบ้าน แกตัวคนเดียวยังโสดอยู่ ข้าวของมีไม่มาก ขนเข้าไปจัดวันเดียวก็เสร็จ พอตกค่ำ แกนั่งดูโทรทัศน์ อยู่ดีๆ โทรทัศน์ก็ถูกผู้มองไม่เห็นตัวปิดให้ แกก็ไม่สน ไม่ตกใจ เดินไปเปิดโทรทัศน์ดูใหม่ ดูๆข่าวเพลินๆ ก็มีผู้หญิงชุดไทย เดินผ่านหน้าโทรทัศน์ แกก็ไม่สน สักครู่ไฟอีกห้องก็เปิดขึ้นเอง แกก็ลุกเดินไปดู ไม่เห็นมีใคร แกก็ปิดไฟเสีย แล้วมานั่งดูโทรทัศน์ใหม่ ไม่แสดงอาการตกใจ พอตกดึกแกเข้านอน ก็มีคนมายืนดูอยู่ข้างเตียง แกก็ไม่สน ข้าจะนอนของข้า ไม่สนใจ แกเพียงบอกว่าอยู่ด้วยกัน ดูแลกันนะ ตกลงงานนี้ผีเหนื่อยฟรี แสดงอาการหลอกหมดทุกท่าแล้ว พ่อคุณคนนี้ยังไม่กลัวเลย ตกลงกลายเป็นพวกกันพวกวิญญาณในบ้านก็เลยช่วยกันดูแลแก  พอแกไปทำงานตกเย็นกินเหล้าเมา ขับรถมาจอดไว้หน้าบ้าน กุญแจก็เสียบคารถอยู่อย่างนั้น ไม่เคยมีใครกล้าเข้ามาขโมยรถแก ทั้งที่บ้านไม่มีรั้วปิดเลย งานนี้ทั้งคนทั้งผี เลยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

สรุปแล้ว ถ้าใจเรานิ่งไม่กลัว จิตจะมีพลังอยู่ในตัวของเราเอง จิตวิญญาณไหนๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรเราได้ ยิ่งถ้าเราอุทิศบุญให้กับทุกวิญญาณ จะทำให้เรามีมิตร มีพวกเป็นวิญญาณมากมายอีกด้วย คอยช่วยเหลือดูแลเราอย่างดียิ่ง

แต่คนส่วนใหญ่ พอเห็นเงาดำๆ หรือรูปร่างคนแว๊ปๆ เท่านั้นเองกลัวนำหน้าไว้ก่อนเลย จิตคิดก่อนว่า”ผีหลอก”คือจิตมันยอมแพ้เสียแล้ว พลังของจิตก็ไม่เหลือ สติก็ไม่เหลือ ถ้าเป็นวิญญาณที่มาทำร้ายก็มีช่องทางเข้ามาทำร้ายได้จริงๆ

จิตวิญญาณเขาไม่มีกายเนื้อ การที่จะทำให้คนเห็นจะต้องรวบรวมพลังอย่างมาก เพื่อให้ได้แว๊ปเดียว จะเห็นตลอดเวลาอย่างในหนังไม่มีหรอก ถ้าพลังเขาน้อยก็จะทำเป็นกลิ่น เป็นเสียง เพื่อพยายามจะติดต่อกับมนุษย์ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่วิญญาณต้องการ อย่างเช่น มีญาติ พี่น้อง หรือ คนที่รู้จัก เสียชีวิต จะพบว่าในกลุ่มญาติพี่น้องหรือคนที่คุ้นเคยกับผู้ตาย จะมีผู้ประสบกับวิญญาณของผู้ตายมาหาในรูปแบบต่างๆ เช่นมายืนให้เห็น มีกลิ่นธูป กลิ่นศพ หรือมาเคาะประตู หน้าต่าง ทำเอาเกิดอาการขวัญผวากลัวผีกันเป็นแถวๆ ทั้งๆที่ตอนเขายังไม่ตายเห็นรักกันดี แต่พอตายกลับมากลัวกันเสียนี่ ตั้งสติกันหน่อยเถอะ วิญญาณของญาติหรือคนรู้จัก เขาไม่ใช่ปีศาจร้ายที่จะมาทำร้ายเรา เขาพยายามติดต่อเรา เพื่อร่ำลา แสดงความห่วงใย ลูกๆที่ยังเล็กอยู่ หรือ ขอความช่วยเหลือ ฯลฯ ไม่ได้มาหลอกหลอนใคร โปรดเข้าใจด้วย ตั้งสติให้ดี ตั้งใจอุทิศบุญให้วิญญาณมากๆ ตักเตือนให้สติกับวิญญาณให้เข้าใจในการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา เตือนให้วิญญาณคิดถึงบุญความดีที่สร้างไว้ อย่าไปคิดเสียใจหรือคิดถึงความชั่วที่สร้างไว้ เพื่อให้ผลบุญของเขา นำเขาไปสู่สุขคติภพได้

เขียนไปเขียนมา จากเรื่องแม่ตะเคียน เริ่มเปลี่ยนเป็นเรื่องผีเสียแล้ว เดี๋ยวเริ่มเป็นหัวข้อเรื่องใหม่ดีกว่าครับ

……………………….คนธรรมดา

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here