ปู่เจ้าที่

ในครั้งที่ผมมาทำงาน ณ  จังหวัดสระบุรี  ใหม่ๆ เมื่อปี  2552  ตอนนั้นสถานที่ที่ผมทำงานอยู่  จะมีพื้นที่รกร้างอยู่ทางด้านหลังของอาคารตึกอำนวยการ  มีเนื้อที่ 10 ไร่  เมื่อปี  2553  ก็มีการพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้เพื่อทำแปลงเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง  พื้นที่บริเวณนี้ว่างเว้นจากการใช้ประโยชน์มานานจึงทำให้มีต้นหญ้าปกคลุมเต็มบริเวณ  ส่วนใหญ่เป็นต้นหญ้าขนสูงจนท่วมหัว  การพัฒนาพื้นที่ก่อนอื่นจะต้องทำให้พื้นที่บริเวณนั้นโล่งเสียก่อน   การจะทำให้โล่งก็ต้องนำรถมาดันเพื่อนำหญ้าออก  รถก็ปฏิบัติหน้าที่ของรถไปคือดันหญ้ามากองรวมไว้เพื่อทำการเผา  เมื่อรถดันหญ้ามากองตรงบริเวณมุมทางทิศตะวันออกของพื้นที่   รถที่ดูท่าทางใช้การได้ดีก็ดับลงอย่างไม่มีสาเหตุ  ช่างมาแก้ไขอย่างไรก็ไม่ติดจนเจ้าของรถต้องนำรถอีกคันมาลาก  เมื่อลากรถออกจากบริเวณนั้นเรียบร้อยแล้ว   เจ้าของลองทำการสตาร์ทรถอีกครั้งรถที่ทำท่าว่าไม่ติดเมื่อสักครู่นี้กลับติดอย่างน่าอัศจรรย์  สร้างความประหลาดใจให้กับคนที่อยู่ตรงบริเวณนั้นอย่างยิ่ง  รถก็ทำงานอย่างเป็นปกติไม่มีทีท่าว่าจะเสียอีกเมื่อดันหญ้าไปตรงบริเวณนั้นรถก็ดับอีกเจ้าของก็ลากออกมาและลองสตาร์ทรถก็ติดเหมือนเดิมคนขับรถไม่กล้าขับรถไปตรงบริเวณนั้นอีก  เมื่อทำการดันหญ้าหมดแล้ว  แต่จะเหลือตรงบริเวณดังกล่าวรัศมีประมาณ 20  เมตรที่มีหญ้าปกคลุมอยู่เต็มต้นหญ้าสูงท่วมหัวผู้รับเหมาบอกไม่เป็นไรเดี๋ยวใช้ไฟเผาเอา  วันรุ่งขึ้นผู้รับเหมาจัดคนมาเพื่อทำการเผาหญ้าที่ดันกองรวมไว้จำนวน  4  คน  เมื่อมาถึงเขาก็ลงมือเผาทันทีเวลาในขณะนั้นประมาณ  10  โมงเช้า  เมื่อหญ้าที่แห้งถูกไฟก็ลุกอย่างต่อเนื่อง  หญ้าที่กองไว้รวมกันก็ลุกติดไฟเหมือนกันไม่ช้าไฟที่จุดไว้ก็ลุกลามไปติดตรงบริเวณที่เขาเว้นไว้ไฟได้ลุกไหม้อย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะดับลง  เมื่อเวลาผ่านไปประมาณเที่ยงวันไฟก็ดับลง  คนที่รับเหมาก็มาตรวจความเรียบร้อยก็ต้องประหลาดใจอย่างยิ่งเพราะตรงบริเวณที่เว้นไว้ไฟไหม้เหลือรัศมีวงกลมกว้างประมาณ  5  เมตร  สิ่งที่น่าประหลาดใจกว่านั้นก็คือ  ตรงกลางของพื้นที่มีศาลพระภูมิเล็กๆ  ตั้งอยู่  คนจุดไฟถึงกับยกมือไหว้ก็เป็นเรื่องที่พูดกันไปทั่วโรงเรียน  ผู้ใหญ่ของโรงเรียนเมื่อได้ฟังรู้สึกอย่างไรผมไม่ทราบ  ได้ไปนิมนต์พระมาจำนวน  4  รูป  เพื่อทำการถอนศาลพระภูมินั้นออกจากบริเวณดังกล่าว  วันต่อมาผมได้ยินมาว่าพระที่มาทำพิธีถอนมี  1  รูป  เสียชีวิตผมรู้ข่าวผมรู้สึกตกใจมากเพราะผมไม่อยากให้ท่านทำร้ายคนยิ่งเป็นพระด้วยแล้ว  ผมจึงกำหนดจิตเพื่อคุยกับท่านก่อนคุยผมไม่ลืมที่จะ ขออำนาจ พระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าส่งไปถึงปู่ด้วยเทอญ  ผมจึงเริ่มคุย

ผม        :           สวัสดี ครับปู่ (ผมทราบชื่อแต่ขอเรียกท่านว่าปู่)

ปู่          :           สวัสดี เอ็งมีธุระอะไรกับปู่

ผม        :           ปู่ได้รับบุญจากผมแล้วน่ะครับ

ปู่          :           ได้รับแล้ว เออดีเหมือนกัน

ผม        :           ผมได้ยินมาว่าปู่ทำให้พระตาย

ปู่          :           ปู่ไม่ได้ทำ นายเวรเขาทำให้ตาย

ผม        :           ผมนึกว่าปู่โกรธท่านที่ท่านมาถอนบ้านปู่

ปู่          :           ไม่โกรธหรอกเขาไม่ให้อยู่ปู่ก็ไม่อยู่ปู่มีที่อยู่แล้ว

ผม        :           ปู่อยู่ที่ไหนครับ

ปู่          :           ข้างบน

ผม        :           ปู่นำวิญญาณสัมภเวสีมาสอนหรือเปล่าครับ

ปู่          :           สอนสิ ปู่ก็ได้บุญนี่ไม่เอาได้ไง

ผม        :           งั้น ผมฝากปู่ดูแลด้วยครับ

ปู่          :           อืม!

ผม        :           ขอบคุณปู่มากนะครับ ข้าพเจ้าขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าจงมาถึงปู่ด้วยเทอญ

เมื่อผมอุทิศบุญให้ปู่เรียบร้อยแล้วผมจึงถอนสมาธิจากท่านสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ก็คือ  การกระทำอันใดที่เป็นบาป  เทพท่านจะไม่ทำเด็ดขาด  ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากนายเวรของคุณนั้นแหละ แต่ก็ใช่ว่าเทพท่านจะไม่โกรธน่ะเทพเองท่านก็มี โทสะ โมหะ เช่นกัน  บางครั้งท่านโกรธท่านก็ทำให้คุณเดือดร้อนได้เช่นกันคุณควรจะแสดงความเป็นมิตรจะดีกว่านะไปที่ใดก็ควรแสดงถึงความเคารพต่อสถานที่นั้นๆ ด้วย

……………………………………

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here