หน้าแรก เห็นกรรม ประสบการณ์วิญญาณกับการอุทิศบุญ

ประสบการณ์วิญญาณกับการอุทิศบุญ

1386
0

บทความเรื่องนี้เป็นประสบการณ์ของการศึกษาความรู้ทางพุทธศาสนา  เนื่องจากผู้เขียนฉุกคิดถึงคำสอนของพระพุทธศาสนา  เรื่องความไม่เที่ยงทุกคนเกิดมาต้องตาย  คำถามในใจมันเกิดขึ้นมาว่าเมื่อเราตายไปแล้วเราจะเป็นอะไรต่อ  พุทธศาสนาสอนถึงภพภูมิต่างๆ  มีทั้ง  พรหม  เทวดา  มนุษย์  สัตว์เดรัจฉาน  นรก  ถ้ามีอยู่จริงเราจะไปอยู่ที่ไหนขึ้นอยู่กับกรรมดี  กรรมชั่วที่เราทำไว้ในปัจจุบัน

พุทธศาสนาสอนให้เราสร้างบุญความดี  ในช่วงที่มีชีวิตอยู่พยายามหลีกเลี่ยงการทำชั่ว  ซึ่งพุทธศาสนาสอนถึงเรื่องวิญญาณ,  นรก,  สวรรค์,  นิพพานมีจริง  บุญบาปมีผลต่อเราจริง

เมื่อผมได้ทิพย์จักษุญาณแล้วผมพบเห็นวิญญาณที่เดือดร้อนเป็นจำนวนมากที่เดินตามถนนเห็นแล้วเป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่งผมเลยขอพิสูจน์วิชาส่งบุญหน่อยโดยเมื่อผมพบวิญญาณต่าง ๆ ที่เขาเดือดร้อนผมก็จะอธิฐานว่า “ข้าพเจ้าขออำนาจพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์  โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าส่งไปถึงวิญญาณดวงนั้น” ปรากฏว่าวิญญาณดวงที่ผมอุทิศบุญให้เขากลายสภาพจากสภาวะหิวโซกลายสภาพเป็นคนธรรมดา มีสภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมจากนั้นมาผมเองผมเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าได้ผลจริงตามที่เคยเรียนรู้มา ผมเองก็ได้พิสูจน์อีกหลายครั้งจนเป็นที่แน่ใจแล้วหลังจากได้ทิพย์จักษุญาณเห็นสภาพของวิญญาณต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นวิญญาณที่ดีและวิญญาณที่มีสภาพที่น่าเกลียดน่ากลัวมากมายจนเป็นที่น่าเวทนาเป็นอย่างยิ่งวิญญาณบางดวงก็มีสภาพที่น่าขยะแขยงมากเพราะเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดเนื้อตัวสกปรกบางตัวก็เนื้อตัวเน่าเปื่อยน่าเวทนาเป็นที่สุด  จากการพูดคุยกับวิญญาณที่เดือนร้อนที่ผมพบทำให้ผมได้ทราบว่าวิญญาณมีความแตกต่างกันไปตามสภาพของกรรม  คือ  วิญญาณบางดวงก็เป็นวิญญาณที่พึ่งขึ้นมาจากนรกเพื่อขึ้นมาชดใช้กรรมที่เหลือบนโลกมนุษย์วิญญาณบางดวงก็พึ่งตายจากร่างมนุษย์โดยอายุยังไม่ถึงฆาตก็มีเราเรียกวิญญาณกลุ่มนี้ว่าสัมภเวสีเป็นกลุ่มที่ไม่รู้เรื่องของโลกทิพย์สักเท่าไรนักเพราะเขาก็เหมือนคนเรานี้แหล่ะไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกการนึกคิดเหมือนตอนเป็นคนทุกอย่างความรู้สึกร้อน ความรู้สึกหิวพวกเขาเหล่านั้นมีความรู้สึกเช่นเดียวกับเราทุกอย่างยังมีวิญญาณอีกจำนวนหนึ่งก็คือพวกวิญญาณของสัตว์ที่ตายลงเมื่อวิญญาณออกจากร่างวิญญาณที่ออกมาก็คือคนเรานี่เองกลุ่มนี้สัมภเวสีเช่นกันผมเองได้ทำการพิสูจน์การส่งบุญมาหลายต่อหลายครั้งจนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าผลบุญไปถึงผู้ที่เราต้องการให้แน่นอนแล้วคนที่รับก็สามารถรับได้จริง ๆ และเขาสามารถนำผลบุญที่ได้ไปใช้ได้จริง ๆ จากนั้นมาอีกประมาณ 4 ปี เมื่อผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ผมได้มาทำงานอยู่ที่ จ.ชัยนาท วันหนึ่งเพื่อนได้ชวนผมไปพบผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านท่านนั้นได้คุยกับพวกเราและได้นำพระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่ามาให้พวกเราดู ผมเองก็ได้หยิบออกมา 1 องค์ เพื่อมาดู เพื่อนที่ชวนมาดูถามผมว่าดีไหม ผมบอกว่าขอเช็คดูก่อน ผมก็ตั้งจิตอธิษฐานขอชมบารมีหลวงปู่ จากนั้นผมก็บอกว่าใช้ได้ ผมเองในตอนนั้นยังไม่รู้จักการทำสมาธิเลย แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเท่านั้น วันต่อมาเพื่อนคนเดิมมาหาผม มาบอกว่ามีคนอยากพบเป็นจังหวะที่ผมว่างพอดีผมเลยไปพบท่าน ผมได้ไปพบท่านถามผมว่าสัมผัสได้หรือผมตอบว่าไม่ได้หรอกเป็นความรู้สึกเท่านั้น ท่านถามผมว่าเคยเห็นผีไหม ผมตอบว่าเคยแต่ไม่บ่อยนาน ๆ ครั้ง (แต่ถ้าเดี๋ยวนี้นะเห็นทุกวันเลย) ท่านแนะนำว่าการทำบุญนะจะเกิดแสงบุญขึ้นที่ผู้ทำ หากเราไม่อุทิศให้ใครบุญนั้นก็จะถูกเก็บไว้ที่ธนาคารบุญไว้ให้เราเมื่อเราตายนั่นเอง ดังนั้นเวลาเราทำบุญเมื่อของที่เราทำบุญหลุดมือเมื่อใดให้เราอุทิศให้กับผู้ที่เราต้องการให้ทันที เช่นนายเวร ผู้คุ้มครองเรา ผู้คุ้มครองบ้านเรือนเหล่านี้ทันทีเลย โดยบอกไปว่าบุญนี้ให้ใครก็ว่าไป คนที่เราจะต้องการให้เขาได้บุญนั้นทันทีเลย บุญที่ให้นั้นก็จะไปถึงผู้รับทันทีแล้วท่านก็เล่าถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ที่พบเจอมาให้ฟัง ในตอนแรกผมเองก็ยอมรับว่าไม่เข้าใจมากนัก ต่อมาท่านก็พูดถึงเรื่องของการเบิกบุญ ให้เราเบิกบุญมาให้วิญญาณที่เราต้องการจะให้คนที่ตายไปแล้ว เขาก็จะได้รับบุญนั้นได้เช่นกัน ท่านก็เล่าประสบการณ์ที่พบเจอมาให้ฟัง ผมก็ฟังอย่างตื่นเต้น และได้นำเอาวิชาส่งบุญและเบิกบุญมาใช้ตลอดจนถึงทุกวันนี้ ได้พิสูจน์เองและผู้อื่นพิสูจน์เห็นผลแล้วมากมาย                                                                                                                                                 อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์                                                                   คนเห็นกรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here