หน้าแรก เห็นกรรม ประสบการณ์กรรม พบเจอวิญญาณเปรตหัวขโมย

ประสบการณ์กรรม พบเจอวิญญาณเปรตหัวขโมย

322
0

อทินนาทานา เวรมณี สิขาปะทัง สมา ทิยามิ เป็นศีลข้อหนึ่ง ในศีล 5 ข้อที่ เราชาวพุทธที่ได้เรียนรู้มา ซึ่งแปลความได้ว่า ห้ามนำสิ่งของที่ไม่ใช่ของของตน มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ หรือไม่ลักขโมย นั่นเอง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ท่านทรงสั่งสอนให้เราควรปฏิบัติเพื่อไม่เกิดผลร้ายกับตัวเอง หรือกรรมกับตัวเรานั่นเอง ดั้งเปรตหัวขโมยที่ ผมได้ใช้วิธีการอุทิศบุญช่วยเหลือเขาให้พ้นทุกข์ครับ
เวลาพลบค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2560 วันทำงานวันแรกในปี2559 ศักราชใหม่ หลังจากได้หยุดพักผ่อนมาหลายวัน ในตอนเช้าผมก็ทำงานตามปกติอย่างเช่นใครหลายๆคน เมื่อเวลาพลบค่ำ ผมเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนอริยาบท หลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน
เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบ สามทุ่มกว่าๆผมกะว่าจะอาบน้ำอาบท่าชำระล้างร่างกายล้างคลาบเหงื่อไคล ที่เกาะตัวมาทั้งวัน พลันจมูกก็ได้กลิ่นสาปเหมือนสุนัข หรือสัตว์อะไรบางอย่างซึ่งตายมาหลายวัน แต่กลิ่นนั้นจางๆ ใจก็คิด อื่อ! คงเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรน่า สุนัขคงจะคาบอะไรมากิน เพราะรอบๆบริเวณห้องพักที่ผมพักอาศัยอยู่มาสุนัข อาศัยอยู่ด้วย ผมเลยจัดแจงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อเตรียมอาบน้ำ กลิ่นก็ยังคงลอยตามลมมาอย่างต่อเนื่อง แต่มาบ้างไม่มาบ้างเป็นช่วงๆ เมื่อผมกำลังก้าวเท้าเข้าห้องน้ำปั๊บ เหมือนแกล้ง อ่ะ เสียงครับเสียงไม่รู้เสียงอะไร ไม่รู้มาจากไหน เสียงเหมือนลมที่พัดผ่านยอดสน หวี๊ดๆๆๆ ทั้งที่ลมก็ไม่พัดสักหน่อย เสียงหวีดร้องแหลมๆเล็กๆดังยาวมาเป็นระยะๆ ฟังแล้วเย็นสันหลังพอสมควร ด้วยความไม่คิดอะไร อ่ะ! “ช่างเถอะน่ะคงไม่มีอะไร” ผมนึก แต่เสียงนั้นก็ยังคงดังมาเป็นระยะๆ หากตั้งใจฟังเหมือนเสียงร้องตระโกนว่า “ช่ว…ย….ด้ว..ย” อะไรประมาณนี้ ลมสักนิดก็ไม่มีพัด ด้วยความรู้สึกลึกๆอยู่ในใจ และจากประสบการณ์ “อืมคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา ” ผ้าขนหนูยังคงพันกายอยู่อย่างนั้น ผมหยิบกำไลกระดูกปลากระเบน ขึ้นมาสวมเพื่อความอุ่นใจ แล้วจึงจับลูกบิดเปิดประตูออกไป พลันทำความสงบของจิตตามสัญชาตญาณ สายตาแห่งจิตก็ไปกระทบกับ “อสูรกาย” ที่มีร่างกายประหลาด ตัวสูงใหญ่ราวตึกสามชั้นก็เกือบ 9 เมตร ผอมโซ ผิวหนังพุพอง พุงป่อง ผอมหนังหุ้มกระดูก ดวงตาใหญ่โตขนาดแตงโม หรือบาตรพระ ปากเล็ก มือใหญ่ แขนเล็ก เท้าใหญ่ ลำแขนทั้งสองข้างก็เล็กเหมือนจะพยุงน้ำหนักของมือไว้ไม่ไหว ไฟลุกตามตัว ที่นั่นทีที่นี่ที หนอนไช ตามมือ ตามเท้า อย่างน่าสะอิดสะเอียน สมเพชเวทนาอย่างยิ่ง แผลที่พุพองก็มีน้ำเลือดน้ำหนองไหลเยิ้ม ออกมา กลิ่นสาปสางก็ยังคงลอยมาจางๆอย่างไม่ขาดระยะ ผมจึงทักทายไปด้วยความเป็นมิตร
ผม:สวัสดี เธอเป็นใคร
เปรต:(เมื่อพบผมเขาก้มลงกราบที่พื้นพร้อมยกมือพนมไหว้) สวัสดีครับท่าน ผมมาขอให้ท่านช่วย ท่านโปรดช่วยผมด้วย ผมทรมานเหลือเกิน เจ็บปวดไปทั่วร่าง หิวก็หิว ร้อนก็ร้อน
ผม:จะให้เราช่วยอะไร
เปตร:ท่านช่วยผมด้วย
ผม:เอ้าๆ ได้ๆ เธอตั้งใจรับบุญนะ
เปรต:ข้าทำไม่เป็น
ผม:เอาอย่างนี้หากเราพูดจบให้เธอพูดว่า “สาธุ” เข้าใจไหม
เปรต:เข้าใจ
ผม:ข้าพเจ้าขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้า กลายเป็นน้ำดับไฟ ที่กำลังไหม้ดวงวิญญาณของผู้นี้ด้วยเทอญ.
เปรต:สาธุ ดีขึ้นแล้วเย็นสบายดี
ผม: ข้าพเจ้าขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้า กลายเป็นอาหาร เสื้อผ้า น้ำดืม ตามที่วิญญาญนี้พึงจะรับได้ตามสมควรด้วยเทอญ
เปรต:สาธุ อิ่มจังเลย ข้าไม่หิวแล้ว ข้ามีเสื้อผ้าใส่แล้ว แต่ตัวยังไม่หล่อเลย ช่วยข้าด้วย ท่านช่วยข้าด้วย
ผม:เอ้า ช่วยๆ แต่เธอต้องเล่ากรรมของเธอให้เราฟังเสียก่อน
เปรต:กรรมของข้านั้น ข้าเป็นหัวขโมย คอยขโมยชาวบ้านร้านค้าเขากิน ขโมยอัฐ ของชาวบ้านบ้าง ขโมยของตามวัดบ้าง ทำเช่นนี้นานหลายปี
ผม:ไม่รู้หรือว่าลักเขากินขโมยเขากิน มันผิดศีล ผิดธรรม มันเป็นบาปเป็นกรรม
เปรต:ไม่รู้หรอก คิดแต่ว่ามันง่ายดี ไม่ต้องทำงาน ได้อัฐมาแบบง่ายๆ ไม่มีกินก็ขโมยเขากินสบาย
ข้าไม่รู้ว่าเป็นบาปแบบนี้ หากข้ารู้ข้าจะไม่ทำเด็จขาด
ผม:จำชื่อตัวเองได้ไหม
เปรต:จำไม่ได้เลย
ผม:แสดงว่าตายมานานแล้วแน่เลย
เปรต:ใช ่นานมาก
ผม:ตายแล้วไปไหน
เปรต:ตายแล้วก็มียมฑูต มารับตัวไปสอบสวนในนรก
ผม:ท่าน(พญายมราช) สอบสวนไหม
เปรต:สอบสวน ท่านถามว่าเคยทำบุญอะไรมาบ้าง
ผม:แล้วตอบท่านว่าไง
เปรต:ไม่ได้ตอบ เพราะข้านึกไม่ออก
ผม: อืม แล้วมีอะไรต่อ
เปรต:ท่านเลยถามว่าทำกรรมอะไรบ้างไหม
ผม:แล้วเธอตอบท่านไหม
เปรต:ก็ไม่ได้ตอบเพราะเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร
ผม:ตอนนี้รู้หรือยัง
เปรต:รู้แล้ว หากรู้คงไม่ทำ
ผม:แล้วท่านทำอย่างไร
เปรต:ท่านชี้นิ้วมาที่หน้าอก มันมีภาพขึ้นมาบนผนังเลย ข้าเห็นภาพข้ากำลังขโมยของชาวบ้านเขา ชาวบ้านเขาก็สาปก็แช่ง ให้ข้าตายวันตายพรุ่ง ท่านเลยตัดสินไปใช้กรรมในนรก
ผม: ท่านตัดสินให้ลงโทษอะไรแล้วนานไหม
เปรต:ท่านลงโทษให้ตอกเล็บมือเล็บตีน ทุบมือ ท่านบอกว่าข้าใช้มือในทางที่ผิดให้ทุบมันทิ้ง แล้วก็สั่งให้ทุบตีนข้าให้เละ เพราะตีนมันพาข้าไปทำชั่ว ข้าทรมานเหลือเกิน ถูกลงโทษตั้ง 700 ปี
ผม:อูฮู! นานจังแสดงว่าทำมานานละสิ แล้วท่านให้ทำอะไรต่อ แล้วเธอทรมานไหม
เปรต:ทรมานสิ เขาทุบมือทุบตีนข้าจนเละไม่มีเหลือ ทุบแล้วทุบอีก ไม่มีพักไม่มีผ่อน ทุบพอมือพอตีนเละหมดก็เอาอะไรมาพรมไม่รู้ มือ ตีนก็งอกมาใหม่ เขาก็ทุบก็ตอีกข้าทรมานเหลือเกิน
ผม:ตอนนี้ก็หมดกรรมแล้ว มาเป็นเปรตได้อย่างไร
เปรต:หมดครบเวลา 700 ปี ก็ไปสอบส่วนใหม่ ท่านตัดสินให้เป็นเปรต 500 ปี ทรมานมากๆ จะกินก็ต้องกินศพ กินของเน่าเหม็น กินของที่เขาทิ้งแล้ว มือก็ใหญ่หยิบอะไรก็ยาก
ผม:หมดกรรมเป็นเปรตหรือยัง
เปรต:ยังเลยเหลืออีก 200 ปี
ผม: อึย พึ่งได้ 300 ปีแล้วหรอ
เปรต:ใช่ แล้วก็มีเทวดาบอกว่าท่านช่วยข้าได้
ผม:ตอนนี้เธอเล่าเรื่องบาปของเธอให้เราฟัง เราจะโมทนาบุญกับเธอ ขอให้บุญที่เธอเล่าเรื่องกรรมของเธอ เป็นธรรมทานนี้ให้ส่งผลถึงเธอตามที่เธอต้องการ
เปรต: สาธุ ข้ากลายร่างเป็นคนแล้ว ร่างกายข้าเป็นคนแล้ว ข้าดีใจ (ร้องไห้)
ผม:เราจะนำเรื่องของเธอมาเผยแพร่เป็นธรรมทาน ขอให้บุญทั้งหมดนี้จงกลายเป็นของเธอ สาธุ
เปรต: สาธุ ข้าขอให้ท่านตั้งชื่อให้ข้า ตอนนี้ข้าคือคนใหม่แล้ว
ผม:ให้เธอชื่อ “เพิ่ม” ก็แล้วกัน
เพิ่ม:ขอบคุณท่านมาก ข้าจะไม่ลืมท่านเลย ไปหละ
ผม:ไปดี ไปให้เจริญ ขอให้มีความสุขนะ สาธุ
เพิ่ม: สาธุ ไปแล้ว
จากกรรมที่แสดงนี้เป็นกรรมที่ควรหลีกควรเลี่ยง ตั้งใจทำมาหากินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง จะเจริญ หากลักเขาขโมยเขา จะมีแต่ทางเสื่อม ทางวิบัติ ตายไปยังต้องไปรับกรรมในนรกอีก ขอจงปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเถิด
*******
อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์
คนเห็นกรรม
@nlz8809e

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here