หน้าแรก เห็นกรรม ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อเจอคำสอนแบบนี้

ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อเจอคำสอนแบบนี้

290
0

เปรียบเทียบการสร้างบุญกับต้นไม้

ค่ำคืนของวันที่ 14 กรกฎาคม 2559 เวลา 21.30 น. เวลานี้เป็นเวลาที่ผมสวดมนต์ทำสมาธิแทบทุกคืน ในค่ำคืนนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมสวดมนต์นั่งสมาธิ ค่ำคืนนี้อากาศเริ่มเย็นๆ คงเพราะว่าเมื่อตอนเย็นฝน ตกลงมา ทำให้อากาศเย็นลง ผมนั่งสวดมนต์จนมาสุดท้ายกราบพระ แล้วจึงต่อด้วยการนั่งสมาธิต่ออีกนับรวมเวลาก็เกือบครึ่งชั่วโมง ผมทำสมาธิได้เกือบครึ่งชั่วโมง ก็มีแสงพุ่งเข้ามาตรงหน้าเหมือนแสงไฟจากไฟฉาย ผมชะงักนิดหนึ่ง แล้วก็เริ่มนิ่งจนภาพปรากฏชัดขึ้น ว่าเป็นภาพของหลวงปู่เทพโลกอุดร ผมน้อมจิตสักการะท่าน ท่านพยักหน้า แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าท่าน พร้อมกับเสียงที่เปล่งออกมา
หลวงปู่: ไงละไอ้ลูกหลาน เอ็งจะเร่งอะไรนักหนา มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป
ผม:ครับ (ผมสงสัยว่าท่านพูดถึงเรื่องอะไร แต่ก็เหมือนท่านอ่านความคิดได้ทะลุปรุโปร่ง)
หลวงปู่:ก็เรื่องที่เอ็งอธิษฐานให้ไปนิพพาน ในปัจจุบันชาตินี้อย่างไร
ผม:ครับ (ผมอธิษฐานว่าขอให้ได้นิพพานในปัจจุบัน)
หลวงปู่: อธิษฐานอะ อธิษฐานได้ แต่การปฏิบัติของเอ็งมันต้องถึงด้วย นี่ต้นไม้ของเอ็งยังเล็กอยู่เลย
ผม:ต้นอะไรหรอปู่ (ผมงงกับคำพูดหลวงปู่)
หลวงปู่:ก็ต้นบุญต้นบารมีของเอ็งไง
ผม:อย่างไรครับ
หลวงปู่: ต้นไม้นี่นะมันมีเปลือกไม้ เนื้อไม้ แล้วก็แก่นเป็นส่วนประกอบใช่ไหม
ผม:ใช่ครับ
หลวงปู่: บุญบารมีก็เหมือนกัน มันก็มีทาน ศีล ภาวนา เป็นส่วนประกอบ
ผม:อย่างไรครับปู่โปรดอธิบาย
หลวงปู่#ทาน เปรียบเหมือนเปลือกไม้ที่มันทำหน้าที่ลำเลียงอาหารให้ความเจริญแก่ลำต้น #ศีล ก็เหมือนเนื้อไม้ ทำให้ลำต้นเติบโตยืนต้นตรงอยู่ได้ #ภาวนา ก็เหมือนแก่นไม้ เป็นส่วนที่แข็งที่สุดของต้นไม้ ทีทำให้ต้นไม้นั้นแข็งแกร่งมั่นคง เข้าใจไหม
ผม:เข้าใจครับ

หลวงปู่เทพโลกอุดร

หลวงปู่: การจะปลูกต้นไม้ให้มันเจริญเติบโต ก็ต้องใช้เวลา ต้องอดทน ต้องเอาใจใส่ ต้นไม้จึงจะโตได้ แล้วกว่ามันจะมีแก่นมันก็ต้องใช้เวลา ก็ต้องอดทนดูแลไป หากต้นไม้เป็นไม้เนื้อแข็ง กว่าจะยืนต้นได้ กว่าจะโตได้ก็ต้องใช้เวลานาน มันก็มีความทนทานต่อลมต่อฝน ต่อพายุ แล้วมันก็จะใช้ประโยชน์ได้เยอะเพราะคุณภาพไม้ดี หากเป็นไม้เนื้ออ่อนก็โตเร็ว แต่คุณภาพไม้จะด้อยลงไป ใช้ประโยชน์ไม่ได้มาก ลมฟ้าลมฝนมา มันก็ต้องหักต้องโค่นง่าย นี่ต้นไม้
ผม: แล้วผมจะทำอย่างไรดีครับ
หลวงปู่: ก็ต้องทำให้ครบ ทั้งทาน ศีล ภาวนา ให้มันคู่กันไป หมั่นสร้างเองทำเองเพื่อความเจริญเบื้องหน้า เข้าใจไหม นี่ ทานไม่ให้ ศีลไม่รักษา จะเอาแต่ภาวนา มันจะไปได้อย่างไร จำไว้
ผม: สาธุ ยินดีต่อคำสอนของหลวงปู่ครับ
หลวงปู่ : เอ่อปู่ไปหละนะ อย่าให้มันฟุ้งมากนัก เดี๋ยวจะไม่ได้อะไรเลย
ผม: น้อมเคารพหลวงปู่ครับ
ภาพที่ปรากฏก็จางหายไป จากคำสอนของหลวงปู่ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น ว่า การสร้างบุญบารมี ควรทำควบคู่กันไป ทำทุกคั้งที่มีโอกาส มีโอกาสทำทานก็ทำทาน มีโอกาสรักษาศีล ก็รักษาศีล มีโอกาสภาวนาก็ภาวนา จะไม่ทิ้งโอกาสให้เสียไป ไม่เลือกว่าอะไรมาก่อนมาหลัง คว้าบุญอะไรได้ก่อนก็ทำก่อน ญาติธรรมอย่าพึ่งเชื่อให้พิสูจน์ดูก่อน อีกทั้งการปฏิบัติแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ให้ถือว่าเป็นประสบการณ์ให้ได้อ่านกันสนุกๆ
“บุญอะไรก็ตามที่อยู่ตรงหน้า จงคว้าเอาไว้”
………….
อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์ (มารน้อย บัญชาเทพ)
คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here