เรื่องความหมายของคำว่า ” ผาติกรรม ” :

ที่ภาษาพระเค้าเรียกว่า “ผาติกรรม” การทำผาติกรรม คือการนำของที่มีคนนำมาทำบุญแล้ว แล้วพระท่านได้นำออกมาให้คนอื่นๆ “เช่าหรือซื้อ” ในราคาถูกเพื่อทำบุญกุศลต่อ เพื่อความสะดวกสบายของท่านพุทธศาสนิกชน จะได้ไม่ต้องจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องนำมาทำบุญ เพราะทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว การทำเช่นนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์หลายอย่าง เพราะอย่างน้อยของทำบุญก็ไม่ล้นวัด เพราะปริมาณของคนทำบุญมากกว่าคนใช้

สมมุติว่า…มีคนถวายสังฆทาน ๑,๐๐๐ คน จะมีถังสังฆทาน ๑,๐๐๐ ใบ ย่อมเป็นภาระของวัดและพระที่ต้องหาที่เก็บ
ในขณะที่พระในวัดก็มีใช้เกินพอ เกินความจำเป็น
แต่ทางวัดยังมี โบสถ์ วิหาร ศาลา เสนาสนะ หรืออย่างอื่นที่ต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก

แต่ไม่มีทรัพย์ที่จะปรับปรุงพัฒนา จึงให้มีการ “ผาติกรรม” เพื่อที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่วัดท่าซุง , บ้านสายลม หรือตามสาขาของวัดท่าซุงทั้งหมดทั้งหลายนั้น จึงจัดให้มีการ “ผาติกรรม” องค์พระพุทธรูป และ ชุดสังฆทาน ตลอดมา และเชื่อว่า หากทำไม่ได้หรือเป็นวิธีการที่ผิด หลวงพ่อฤาษีท่านคงห้าม ! ทำแล้วหล่ะครับ ส่วนที่เกรงว่าผู้ที่ได้รับจะได้รับไม่เต็มที่นั้น ลองมาอ่านโอวาทธรรมขององค์หลวงพ่อท่านดูครับ…

: สังฆทานเวียนหรือการผาติกรรมสังฆทานมีอานิสงส์ไหม…? :
โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

ผู้ถาม : “ทีนี้ก็มีคนสงสัยเรื่องสังฆทานครับ ถามว่าสังฆทานที่มาถวายหลวงพ่อ แล้วก็ผาติกรรมไป แล้วก็กลับมาถวายหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่ง อานิสงส์จะสมบูรณ์หรือไม่อย่างไรครับ …?”

หลวงพ่อ : “เท่ากันแหละ เขาเอาแบงค์มาถวายก็เป็นสังฆทาน ถ้าอยากจะมีของไปรับเอามาก็เท่ากัน”

ผู้ถาม : “ซื้อมาเองกับผาติกรรมหน่ะครับ…?”

หลวงพ่อ : “แต่อย่าลืมว่าสตางค์ของใคร นั่นเป็นสัญลักษณ์เป็นนิมิตออกมา มีของสักหน่อยใจมันก็สบายกว่าไม่มีของใช่ไหม ถ้าเจตนาให้เงินมันเป็นอะไรมันก็เป็นตามนั้น และก็ตั้งใจเฉยๆ เกรงว่าไม่เป็นไปตามนั้นให้มันมีของตั้งอยู่ ถ้าต้องการจีวรต้องการพระพุทธรูป ก็เป็นนิมิตจับ..

…อย่า ! ลืมว่าอานิสงส์ของสังฆทาน อะไรๆก็ต้องไปดาวดึงส์เป็นอย่างน้อย สังฆทาน กับวิหารทาน จุดแรกต่ำสุด คือดาวดึงส์ หลังจากนั้นจะไปเลวกว่านั้นก็ตามใจ แต่อย่าลืมนะดาวดึงส์นี่เข้ายาก ไม่ใช่เข้าง่ายๆเลย นอกจากทำบุญขั้นสังฆทานและวิหารทานแล้ว ถ้าเป็นบุญเล็กน้อย ก็ต้องเป็นการทำบุญตัดชีวิต”

ถวายสังฆทาน ควรมีพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร และอาหาร เพราะ

ผู้ถาม : ” ดิฉันเคยอ่านเจอในหนังสือที่หลวงพ่อเขียนบอกว่าการถวายสังฆทาน ควรมีพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร และอาหารอันนี้จำเป็นจะต้องมีครบตามนี้ไหมคะ ?”

หลวงพ่อ : “ความจริง เราไม่ทำถึงขนาดนี้ก็ได้การถวายสังฆทานในที่บางแห่งใช้เครื่อง ๕ เครื่อง ๘ นี่เป็นการสร้างขึ้นเรามีข้าวเพียงช้อนหนึ่ง แกงเพียงช้อนหนึ่ง น้ำเพียงช้อนหนึ่ง แล้วถวายไปบอกว่าเป็นสังฆทาน เพียงเท่านี้ก็ใช้ได้
แต่ว่าที่เขียนไว้ในหนังสือว่าควรทำแบบนี้เพราะว่าผีกี่ร้อยกี่พันรายก็ตาม มาขอกันแบบนี้เรื่อยคือขอเหมือนกับที่ฉันแนะนำเขา ก็ทำตามที่ผีเขาขอนะ เลยถามเขาว่า “ผลจะได้แก่พวกเอ็งเป็นยังไง ?” เขาบอกว่า…

๑.ถวายพระพุทธรูปเป็นของสงฆ์ อานิสงส์ก็คือ ถ้าเป็นเทวดาจะมีรัศมีกายสว่างไสวมากเพราะว่าเทวดาหรือพรหม เขาไม่ดูกันที่เครื่องแต่งตัว เขาดูแสงสว่างจากกาย

๒.ผ้าไตรจีวร หรือผ้าสักผืนหนึ่งเขาจะได้เครื่องประดับอันเป็นทิพย์ เครื่องแต่งตัวทิพย์

๓.อาหารหรือของกิน จะทำให้มีร่างกายเป็นทิพย์”

ผู้ถาม : “ทีนี้ถ้าหากว่า ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจุติจากเทวโลกก็ดี พรหมโลกก็ดี มาเกิดเป็นมนุษย์ อานิสงส์เหล่านี้จะติดตามมาอีกไหมครับ ? ”

หลวงพ่อ : อานิสงส์ตามมาคือ

๑. จะมีรูปร่างหน้าตาสวย เพราะอานิสงส์ถวายพระพุทธรูปแล้วก็มีปัญญาทรงตัวนี่อำนาจ พุทธานุภาพนะ

๒.เครื่องประดับเครื่องแต่งตัวดี และไม่อดอยาก เพราะอาศัยทาน ตัวอย่าง นางวิสาขาเป็นคนสวยงามมาก เพราะในชาติก่อนได้เคยซ่อมแซมพระพุทธรูปและปลูกโรงทำหลังคาคลุมพระพุทธรูป จึงเป็นปัจจัยทำให้ได้เบญจกัลยาณี คือมีความงาม ๕ ประการ

และนางวิสาขาก็เป็นคนรวยมาก มีเครื่องลดามหาปสาธน์ราคา ๑๖ โกฏิ เป็นเครื่องประดับเพราะอานิสงส์เคยถวายผ้าไตรจีวรไว้ในพระพุทธศาสนาทั้งนี้ด้วยอำนาจบุญบารมีที่ท่านได้บำเพ็ญแล้วด้วยดี จึงเป็นปัจจัยให้นางวิสาขาเป็นทั้งคนสวย คนรวย และเป็นคนมีปัญญามาก ได้เป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ขวบ

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
วัดจันทาราม (ท่าซุง) อุทัยธานี
———————————–
ที่มาจาก…หนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ
เล่ม ๑ หน้า ๒๘-๓๑
โดย…หลวงพ่อพระราชพรหมยาน .วัดจันทาราม(ท่าซุง)
ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี
จัดพิมพ์โดย..เจ้าหน้าที่ธัมมวิโมกข์ วัดท่าซุง..

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here