#กรรมของนักกีฬาตีไก่
อึม อึม อึม อึม กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ… ฮ้าไฮ้ ฮ้าไฮ้ กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ
แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน ผลของการฝึกตน เล่นกีฬาสากล ตะละล้า หลายคนคงคุ้นเคยกับเพลง กราวกีฬามากันบ้างไม่มากก็น้อย เมื่อครั้งยังเด็ก หรือแม้กระทั่งปัจจุบัน เมื่อเรานึกถึงกีฬา ก็คงคิดถึงยาวิเศษที่ ทำแล้วปฏิบัติแล้ว ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันโรคภัยต่างๆ ได้ การเล่นกีฬานั้นจะไม่เบียดเบียนผู้อื่น หรือตนเองให้เดือดร้อน หรือวุ่นวาย แต่ก็มีกาลเล่นอีกอย่างที่หลายคนบอกว่าเป็นกีฬา แต่ก็ไม่รู้ว่าจะบอกว่าเป็นกีฬาดีไหม อย่างที่ผมจะเล่าให้ฟังในต่อไปนี้
เมื่อเวลา 5.00 นาฬิกา ของวันที่ 8 กันยายน 2559 ความสบายของบรรยากาศหลังฝนตก ทำให้ผมนอนหลับอย่างสบายใจ สบายอารมณ์ แล้วหูผมก็แว่วได้ยินเสียง เหมือนมีใครมาเคาะประตูห้อง ก๊อกๆ ๆ สามครั้ง ผมสดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วค่อยๆพยุงตัว ลุกขึ้นไปเปิดประตู ผมทอดสายตา มองไปด้านนอกห้อง ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น แต่ก็มองอะไรไม่ถนัดถนี่มากนัก แล้วสายตาพลันไปปะทะกับ แสงอะไรบางอย่างที่ว๊าปเข้าตา เป็นแสงเหมือนแฟลชในเวลาถ่ายรูป แต่ไม่สว่างเท่า หรือจะว่าคนขีดไฟแช็กแล้วไม่ติด ก็ว่าได้ เห็นเช่นนั้นด้วยความคุ้นชินจึงกำหนดจิตให้นิ่ง ผมจึงเห็นภาพของท่านยมฑูต นุ่งผ้าแดง ผิวเข้ม ถือ อาวุธสามง่ามในลักษณะด้ามปักพื้น ปลายตั่งขึ้น ถืออาวุธด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายถือเชือก ที่ปลายอีกด้านผูกไว้กับ คุณพระ! ผูกกับจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรดี มีหัวเป็นไก่ตัวผู้ มีหงอนสีแดง มีขนหลายสี ผมก็อธิบายเรื่องสีไม่ถูก แขนทั้งสองข้างมีลักษณะเป็นปีก ของไก่ มีลำตัวเป็นคนถอดเสื้อ มีขาเป็นคน ผิวสีเข้มนั่งคุกเข่า คงเป็นอสูรกายไก่ มีเชือดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ สามหุน ผูกคอไว้ ยมฑูตท่านยิ้มให้ผม ผมยิ้มให้ท่าน แล้วท่านก็บอกว่า “ล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย แล้วรีบตามท่านไป” ผมรับคำ แล้วล้างหน้าล้างตา นั่งสมาธิ ที่หน้าหิ้งพระ แล้วกำหนดจิตตามยมฑูตท่านนี้ไป ผมเดินตามหลังมา อสูรกายเดินตามไปอยู่ห่างๆ แว็บเดียวชัวร์ระยะเวลาแค่อึดใจ ก็ถึงที่หน้าบัลลังก์ของท่านพญายมราช ที่เป็นลักษณะ เป็นห้องโถงกว้างๆ มีแสงสว่างมองดูแล้วรู้สึกอบอุ่น แสงไม่จ้า จนแสบตา ทั้งที่สว่าง ภายในห้องประดับประดาตกแต่ง อย่างสวยงาม มีผ้าแพร ประดับผูกเป็นม่านตรงบริเวณประตู หน้าต่าง มีตั่งนั่งอยู่บริเวณ ด้านข้างซ้ายและขวา แต่มีขนาดลดหลั่นกันลงไป ผมกราบท่าน เป็นการแสดงความสักการะ ท่านยิ้ม แล้วก็เอ่ยขึ้น
พญายม: ไงละ หายหน้าหายตาไปเลยนะ ไม่ค่อยได้มาเยี่ยมกันเลย ข่าวว่า ไปสนใจแต่ทำสมาธิ วิปัสสนา จนลืมกันไปเลยนะ
ผม: ป่าวลืม นะครับท่าน เพียงแค่ผม ขอแผ่เมตตาให้ตัวเอง โดยหาสิ่งดีๆให้ตัวเอง ปฏิบัติให้มาก เห็นตัวเองให้มาก รู้ตัวเองให้มากครับ เพราะผมกลัวว่าจะมาพบท่านตอนตายครับ มาพบตอนเป็นก็เกรงแทบแย่ หากมา พบตอนตาย คงผวากันหละ
พญายม: อืม ดีๆ ขอให้ปฏิบัติให้มากๆเข้าไว้ จะได้ช่วยญาติๆ ไม่ให้ตกลงมาข้างล้าง เพราะข้าไม่อยากตัดสิน ให้ใครต้องรับกรรมเลย ตั้งใจหละ ชักชวนเขาขึ้นสวรรค์นะ อย่าให้ใครต้องมาลงนรกอีกเลย
ผม: ก็สุดแต่วาสนาของผมที่จะทำได้ ผมก็จะทำเท่าที่ผมทำได้ อะไรที่ไม่ไหวเกินกำลังผมก็ต้องปล่อยวางครับท่าน
พญายม: เอ่อ! ดีแล้ว ที่เรียกเจ้ามาในวันนี้มีเรื่องจะให้นำไปบอกแก่ญาติธรรม สักหน่อย
ผม: มีกิจสิ่งใดจะให้ ผมทำครับ
พญายม: ก็พวกไก่นั่นนะสิ มันมาฟ้องข้า ว่าคนมันทรมานมัน จับมันไปตีกัน ไปต่อยกัน จนมันต้องเจ็บปวด บางตัวก็ต้องตายไป มันทรมาน ข้าก็เลยต้องให้คนไปตามเจ้ามา
ผม: ครับผม แล้วท่านจะให้ผมทำอย่างไร
พญายม: เดี๋ยวเจ้านำเรื่องที่เห็นไปบอกกล่าวแก่คนอื่นให้รับรู้
ผม: ผมจะบอกให้ แต่ผมไม่รับปากว่าเขาจะฟังผมนะครับ
พญายม: นั่นก็สุดแล้วแต่บุญกรรมของเขา
ผม: ได้ครับ
พญายม: ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ไปได้แล้ว ให้เจ้าตามยมฑูตไป ให้เขาแนะนำเจ้า
ผม: สาธุ ข้าพเจ้าขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้า ลงมาเพื่อถวายแด่ท่านพญายมราช พร้อมด้วยบริวารด้วยเทอญ
พญายม: ไปได้แล้ว อย่าช้าอยู่
ผม: ครับ
เมื่อสิ้นคำภาพของท้องพระโรงก็พลันหายไป ผมมานั่งอยู่บริเวณปากถ้ำ ขนาดใหญ่ มีท่านยมฑูตยืนคุมที่ประตูทางเข้า ผมอยู่กับท่านยมฑูตไกด์ ขอเรียกว่ายมฑูตไกด์ เพราะท่านพาผมเที่ยวชม ส่วนอสูรกายไก่ได้หายไปแล้ว
ผม: (ยิ้ม) ยินดีที่ได้พบครับ
ยมฑูต: ยินดีเช่นกัน
ผม : ท่านจะพาผมไปดูอะไรครับ
ยมฑูต: เราจะพาท่านไปดู บาปกรรมของพวกชอบตีไก่ กัดปลา ชนวัว
ผม: รับทราบครับ
ผมได้เดินตามท่านเข้าไปในถ้ำนั้น เดินไปตามทางเดินที่มีลักษณะเหมือนสะพานแขวน แต่พื้นเป็นลักษณะของหินสีดำ ทอดยาวไป ไม่มีเสาค้ำแต่ก็ไม่โยกเยก หรือโอนเอนเลย ผมก้มมองเห็นข้างล่าง เห็นลึกลงไป มีผู้คนมากมาย ต่างนอนกันตามพื้น บ้างก็มีนายนิรบาล คอยลงโทษ ด้วยการใช้ไม้ทุบตี ก็มี บ้างก็ทะเลาะชกต่อยกัน บ้างก็ถูกขังอยู่ในกรงที่มีลักษณะเหมือนสุ่มไก่แต่ทำด้วยเหล็ก แต่เมื่อมองไป ก็เห็นมีอยู่จุดหนึ่ง มีลักษณะเหมือนสังเวียนที่ใช้ชนไก่ แต่มีขนาดใหญ่กว่า มีขอบสูงระดับอดก็ราวๆ 150-200 เซนติเมตร และก็มีผู้คนยืนอยู่รอบๆ มีกำแพงเหล็กสูงกั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง และตรงพื้นที่ยืนมี ถ่านไฟก้อนแดงๆ ไอของเปลวไฟร้อนๆมองเห็นได้ถนัด เต็มบริเวณของพื้นที่ ผู้คนที่ยืนดูต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความร้อน บ้างก็วิ่งไปรอบ เหยียบกันเองก็มี ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน มองแล้วน่าเวทนาอย่างยิ่ง ซ้ำข้างในสังเวียนไก่ชน ก็มีไก่ประหลาด หรืออสูรกายไก่ ที่มีหัวเป็นไก่ มือถึงแขนเป็นปีกไก่ ลำตัวเป็นคน เท้าเป็นไก่ บ้างก็มีหัวแบบหัวเป็นคน ลำตัวเป็นไก่ ต่างก็ไล่จิกตีกัน เจอหน้ากันก็จิกก็ตีกัน จนเลือดไหลนองไปหมด เนื้อตัวแตกยับ เลือดสดๆไหลอย่างไม่ขาดระยะ ส่วนตัวไหนที่ไม่สู้หรือวิ่งหนี ก็จถูงนายนิรยบาล ใช้หอกสามง่าม แทงให้กลับลงไปในสังเวียนอีก เป็นอยู่อย่างนี้ ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด บางตัวที่แน่นิ่งไป ก็จะถูกพรมด้วยน้ำ ก็จะฟื้นขึ้นมา ก็มาไล่ตีกกันอีก น่าเวทนา อย่างยิ่ง ผมจึงถามท่านยมฑูตว่า
ผม: พวกเขาได้รับกรรมอะไร
ยมฑูต: ในสังเวียนนั่น เป็นคนที่เลี้ยงไก่ แล้วนำไก่มาตีกัน
ผม: อู้ฮู น่ากลัวจัง แล้วคนที่อยู่ข้างนอกหละ
ยมฑูต: นั่นคือคนที่คอยเชียร์ เป็นผู้มีส่วนร่วมในการตีไก่
ผม: ผมยังเห็นถึงการลงโทษแบบอื่นด้วย
ยมฑูต: ยังมีอีกหลากหลายวิธีในลงโทษ หากเล่นการพนัน ก็ต้องรับโทษในเรื่องการพนันอีก หากฆ่าไก่อีก ก็จะรับกรรมที่ฆ่าผู้อื่นอีก มีหลายกลุ่ม หลายขุมที่ต้องชดใช้ อะได้เวลากลับแล้ว ขอเชิญท่านกลับเถอะ
ผม: ยินดีครับ ผมไม่อยากอยู่นานเหมือนกัน เห็นแล้วกระอักกระอ่วน หน้าดูชม
เมื่อสิ้นคำท่านยมฑูตก็พาผมมายังห้องพักของผม แล้วผมก็ไม่ลืมที่จะอุทิศบุญให้ท่าน
ผม: “ข้าพเจ้าขออำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้า ลงมาเพื่อถวายแด่ท่านพญายมราช ตลอดทั้งบริวารของท่าน และข้าพเจ้าขอฝากบุญของข้าพเจ้าไว้แด่ท่านพญายมราช เพื่อแจกจ่ายให้วิญญาณของสัตว์นรกตามความเหมาะสมด้วยเทอญ” ผมถอนออกจากสมาธิ มองนาฬิกาก็ 06.00 น. พอดี
สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด ญาติธรรมทุกท่าน ใช้วิจารณญาณในการคิด ในการวิเคราะห์ ว่าสิ่งใดที่เบียดเบียนผู้อื่น หรือแม้กระทั่งตนเองสิ่งนั้นนั่นแหละเป็นบาปกรรมอกุศล สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ แม้แต่ตนเอง และผู้อื่นสิ่งนั้นนั่นแหละเป็นบุญ เป็นกุศลกรรม ขอความเจริญจงมาสู้ท่าน และครอบครัวทุกท่านทุกคนเทอญ

……………………………..
**ภณทัต แสนสัมฤทธ์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here