หน้าแรก เห็นกรรม ตายแล้วมีสภาพอย่างไร? มาดูกัน

ตายแล้วมีสภาพอย่างไร? มาดูกัน

153
0
การตายของมนุษย์ มีอยู่ทุกวัน มีทั้งเจ็บป่วยจนตาย,ตายจากอุบัติเหตุ,ตายจากฆาตกรรม และอื่นๆเยอะแยะแล้วแต่กรรมของบุคคล คนนั้น งานศพจะพบเห็นได้ทุกวัน ยิ่งวัดในเมืองใหญ่ๆ จะเห็นว่าศาลาเต็มตลอดทุกศาลา ความตายถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่มนุษย์ทุกคนก็กลัวความตายกันทั้งนั้น แต่จงรู้ไว้เถิดว่า เราใกล้ตายเข้าไปทุกวันๆ เราเตรียมตัวพร้อมกันไว้ดีกว่า จงจำไว้ว่า ความตายของเราไม่ได้แปลว่า จบเรื่อง แต่ความตายคือการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ ในโลกวิญญาณ ใครจะสบายหรือลำบากในชีวิตหลังความตาย อยู่ที่เขาสร้างเองในขณะมีชีวิต
ผมเองรับราชการ เห็นการกระทำที่หาผลประโยชน์ ของข้าราชการในระดับต่างๆ ทั้งระดับสูงและระดับต่ำมามากพอสมควร สลดใจแทนประเทศชาติเหลือเกิน เราเองคงไม่มีอำนาจอะไรไปขัดขวาง กระบวนการทุจริตเหล่านี้ได้ เพียงได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้น ด้วยความสยองใจ ในการลงโทษทีโหดร้ายและยาวนานมาก ของคนเหล่านั้น ยามเขาต้องรับโทษในการโกงแผ่นดิน ในนรกภูมิ แต่คนเหล่านั้นเขาไม่เชื่อกฏแห่งกรรมที่พระพุทธองค์ท่านสอนไว้ มุ่งเอาสบายในชาติปัจจุบัน ก็ตามใจเขาเถิด เมื่อเขาหมดอายุสิ้นไปจากโลกนี้แล้ว โอกาสที่เขาจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกช่างยาวนานเหลือเกิน อาจจะเป็น 500-1000ปี ข้างหน้า หรือนานกว่านั้นอีก
ย้อนกลับมาที่คนทั่วไปที่เพิ่งเสียชีวิต ที่ผมได้ประสบมา ขอเริ่มที่การเจ็บป่วยจนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล พออาการของผู้ป่วยเริ่มหนักขึ้น จนใกล้จะเสียชีวิต ที่โรงพยาบาลทุกแห่งจะมีชาวทิพย์ประจำอยู่เช่น พระภูมิ เจ้าที่ ท่านเป็นเทวดาที่ดูแลรักษา จะมาสอนผู้ป่วยที่จิตใกล้จะดับ ซึ่งในช่วงนี้ผู้ป่วยจะเห็นมิติวิญญาณได้เอง ชาวทิพย์ในโรงพยาบาลจะมาชักชวนให้ไปปฎิบัติธรรมกับพวกเขา เพื่อสร้างบุญให้กับตัวเอง จะได้หนีกรรมไปสู่สุขคติภูมิ การชักชวนไม่ใช่การบังคับ เมื่อผู้ป่วยสิ้นใจแล้วจะอยู่ปฎิบัติธรรมที่โรงพยาบาล กับชาวทิพย์ เหล่านี้ก็ได้ หรือจะไม่อยู่ก็ได้ เพราะเป็นการบอกบุญ เพื่อสร้างธรรมทานของชาวทิพย์เหล่านั้น ผู้ป่วยที่สิ้นชีวิตที่โรงพยาบาลหลายคนที่ผมพบ อยู่ปฎิบัติธรรมที่โรงพยาบาลเลยโดยไม่ติดตามร่างของเขามาที่งานศพ แต่งชุดขาวปฎิบัติธรรมโดยตั้งใจ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับทุกโรงพยาบาล เริ่มประมาณปี 2550 นี้เอง
แต่ผู้ป่วยอีกจำนวนไม่น้อยที่ เมื่อเสียชีวิตแล้วตั้งสติไม่ได้ ทำใจไม่ได้ ชาวทิพย์สอนอย่างไรก็ไม่ฟัง ยังเสียใจ ยังมีห่วงครอบครัว อาลัยในร่างของตัวเอง มีทั้งพยายามนอนทับร่างให้ฟื้น กอดร่างตัวเองร้องไห้ เมื่อญาตินำศพ มาตั้งทำพิธีที่วัดก็กอดมากับศพ มานั่งร้องไห้อยู่ที่ศาลาตั้งศพ บางครั้งก็กลับไปหาญาติพี่น้อง พยายามติดต่อกับญาติพี่น้องจะพบได้ว่าญาติของผู้ตาย ได้กลิ่นธุป กลิ่นศพ ได้ยินเสียง มาเข้าเฝ้า หรือแสดง ร่างให้เห็นชั่วขณะ ในช่วงนี้วิญญาณของผู้ตาย อยู่ในสภาวะสัมภเวสี คือผู้ที่รอการเกิด หมายถึงจะไปเกิดเป็นอะไร เช่น เทวดา,สัตว์นรก,มนุษย์,สัตว์เดรัจฉาน,ฯลฯ ขึ้นอยู่กับกรรมที่เขาสร้างมาไม่ว่ากรรมดีหรือกรรมชั่ว เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก จนยากต่อการอธิบาย ผมเองก็รู้ไม่หมด เอาว่าเขียนให้อ่านเท่าที่เคยประสบมา หลายดวงวิญญาณอยู่จนงานศพเรียบร้อยไปแล้ว ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่จากยมโลกมารับตัวไป ไม่รู้จะไปทางไหน ก็จะกลับบ้านตัวเอง อยู่ปนกับคนในบ้านตั่งหลายปีก็มี บางดวงวิญญาณตั้งสติได้แล้วหลังจากเผาศพแล้ว ก็อยู่ปฎิบัติธรรมกับชาวทิพย์ที่วัดก็มี หรือที่บ้านตัวเองก็มี เนื่องจากกลัวการไปสอบสวนที่ยมโลก เพราะเทวดาท่านที่สอนปฎิบัติธรรม จะอธิบายให้ฟังหมด บางดวงวิญญาณบ้านก็ไม่กลับวัดก็ไม่อยู่เร่ร่อนไปไม่มีจุดหมาย คือเดินไปเรื่อยๆ ไปพบสถานที่ใดเหมาะใจที่มีชาวทิพย์ ชักชวนให้อยู่ปฎิบัติก็เลยอยู่เสียที่นั่นเลยก็มี แต่บางวิญญาณโชคร้ายมีกรรมมาก เร่ร่อนไปถูกผู้มีอาคมจับวิญญาณมาขังไว้ บังคับใช้งาน หรือบังคับเสกให้สิงอยู่ในรูป รักยม กุมารทอง หุ่นพยนต์ ชูชก หรือรูปสัตว์ต่างๆ เยอะแยะเลย ยิ่งเดี๋ยวนี้ ผู้เสกเก่งมีเยอะจังเลย เสกขายกันทั่วบ้านทั่วเมืองหมด ทั้งพระและฆารวาส ทำไมไม่กลัวบาปกันเลยหนอ! ผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย ระวังกรรมนั้นจะกลับมาคืนสนองท่านนะครับ บางรายหมดอายุจริงๆ ไม่มีการรอเลย มียมฑูตร่างกายใหญ่ล่ำ ผิวดำ นุ่งผ้าแดง มารับไปสอบสวนที่ยมโลกเลย ลองติดตามไป ปรากฎว่าไปเข้าคิวสอบสวนอยู่ที่สำนักพญายมราชแล้ว ผมเองก็อธิบายไม่ถูกเพราะที่พบ บางคนพอตายแล้ว วิญญาณยังวนเวียนอยู่ที่โลกมนษย์อีกนาน ทั้งที่หมดอายุไปตั้งนานแล้ว บางดวงวิญญาณอยู่มานานเป็นร้อยปีก็ยังเคยพบ ไม่เห็นมีใครมารับตัวไปไหน แต่บางดวงวิญญาณพอตายจากร่างมนุษย์แล้ว มีผู้มารับไปเลย หรืออยู่พอเสร็จงานศพก็ไปเลย ผมลองหาคำตอบ จากท่านผู้รู้เบื้องบน ก็ได้คำตอบ แบบกว้างๆ คือขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน ผมก็ว่าใช่แต่หาคำตอบชัดเจนไปกว่านี้ไม่ได้ครับ ที่น่าห่วงมากคือ มนุษย์ที่สร้างกรรมชั่วไว้เป็นนิสัยเป็นประจำ จิตใจชั่วร้าย ทำแต่เรื่องผิดศีลธรรม พอตายไป ญาติพี่น้องที่รู้จักกับผม ขอให้ช่วยบอกทีมงานของผมช่วยหาดูหน่อยว่าลำบากหรือสบายปรากฎว่า ได้ไฟเขียวจากท่านพยายม คือไม่ต้องสอบสวน ให้เจ้าหน้าที่รับดวงวิญญาณ ส่งลงนรกขุมที่เหมาะสมทันทีเลย ยามเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นแดนกลางที่สามารถสร้างทั้งกรรมดีกรรมชั่ว เมื่อสิ้นจากความเป็นมนุษย์ วิญญาณที่สร้างกรรมดีไว้มาก ก็จะไปสู่สุขคติ ในสวรรค์หรือ พรหม จนถึงแดนพระนิพพานได้ แต่ถ้ามนุษย์นั้นสร้างกรรมชั่วไว้มากมาย ก็สามารถไปได้ถึงโลกันตนรกได้
ปัจจุบันนี้เป็นโลกที่เจริญด้วยวัตถุ ศีลธรรมเสื่อมไปจากใจมนุษย์มาก ผู้คนจำนวนมากมุ่งหาเงิน วัตถุ สิ่งของ เพื่อการดำรงชีวิตสนองกิเลสตัณหาให้กับตัวเอง เพื่อความสุขในชีวิตมนุษย์ โดยลืมคิดถึงชีวิตหลังความตายว่าจะเป็นอย่างไร มีจริงหรือไม่ จะมีเพียงคนส่วนน้อยที่ สนใจศึกษาธรรมะปฎิบัติ เพื่อเตรียมบุญบารมีเอาไว้ยามเมื่อสิ้นชีวิตจักได้ไปสู่ภพภูมิที่มีความสุข
ทุกวันนี้ทางราชการ ก็พยายามจะเน้นให้คนไทยเข้าถึงธรรมะมากขึ้น เด็ก เยาวชน และข้าราชการ จะได้รับการเข้าอบรมธรรมะโดยถือเป็นนโยบายที่ โรงเรียน สถาบันการศึกษาและหน่วยราชการ ต้องปฎิบัติก็ดีครับ แต่ผมว่า ผู้ที่ควรเข้าอบรมธรรมะก่อนใครเพื่อน คือผู้บริหารในระดับสูง เพราะเป็นผู้นำ เปรียบเหมือนงู คือหัวไปทางไหน หางก็ต้องตามไปทางนั้น ถ้าให้แต่ข้าราชการ พนักงาน หรือเด็กๆ ไปอบรมธรรมะ ที่เห็นมาได้ผลน้อยมากๆ ก็บอกแล้วไง หัวไปทางไหน หางก็ต้องตามไปจะแตกแถวไม่ได้
อีกอย่างหนึ่ง สถานที่อบรมและวิทยากรที่อบรมธรรมะ ต้องมีความรู้ทั้ง ธรรมะ ปรัชญา จิตวิทยา และที่สำคัญต้องปฎิบัติได้จริง จึงจะถ่ายทอดธรรมะออกมาได้ดี ถ้ารู้แต่ทฤษฎีความจำ ความเข้าใจแต่ยังทำไม่ได้ ยากครับที่จะถ่ายทอดบรรจุธรรมะลงในใจของผู้เข้ารับการอบรมได้
ผมเคยได้รับคำสั่งให้เข้ารับการอบรมธรรมะ ณ.ที่วัดแห่งหนึ่งพระอาจารย์ท่านตั้งใจจริงๆ มีทั้งการทำวัตรเช้า บรรยายธรรมะ การฝึกนั่งสมาธิ เดินจงกรม ทำวัตรเย็น ซึ่งถือว่าเป็นสูตร์สำเร็จของสถานที่อบรมธรรมะ อีกหลายๆที่ ผลรับคือ ผู้เข้ารับการอบรมมีทั้งมาตามคำสั่ง มาโดยสมัครใจ พอเข้ารายงานตัววันแรก พิธิเปิดเสร็จตอนเกือบเที่ยง ก็ได้รับทราบว่าทุกคนต้องถือศีล 8 ยังความไม่พอใจให้กับผู้ที่ถูกสั่งให้มาอบรม เพราะต้องอดข้าวเย็น 3 วัน พอบ่ายก็เริ่มมีการบรรยายธรรมะโดยมีภาพและเสียงประกอบ ใหม่ๆก็ฟังเพลินดี พอสักพักผู้เข้าอบรมก็ง่วง เพราะนั่งฟังนาน แอบนั่งหลับกันเสีย หนึ่งในสาม ของผู้เข้าอบรม แสดงว่าเริ่มซึ่งในรสพระธรรม พอสี่โมงเย็นก็เริ่มภาคปฎิบัติฝึกการนั่งสมาธิ การเดินจงกรมอย่างมีรูปแบบขั้นตอน ตามทฤษฎีเป๊ะเลย สอนจนถึงขั้นสติปัฏฐาน 4 ตกเย็นก็กินน้ำปานะ เสร็จก็บรรยายธรรมะ จนสองทุ่ม ทำวัตรเย็น และกลับสู่ที่พัก ผมเองสงสารอาจารย์ที่ทำหน้าที่วิทยากร ท่านเหนื่อยครับแต่ผลลัพท์ที่สังเกตุจากผู้เข้ารับการอบรมใน 3 วัน ตอบได้เลยล้มเหลวครับ
สรุปแล้ววิธีการสอนถูกแต่ผิดขั้นตอน เหตุผลหรือครับ ปุถุชนคนธรรมดา ตั้งหน้าทำมาหากินกันไปวันๆ จิตใจก็มุ่งอยู่กับเรื่องทำมาหากินเรื่องการถือศีลภาวนา นั้นก็มีเป็นบางคนแต่เป็นส่วนน้อย เมื่อนำคนที่ถูกคำสั่งให้เข้ารับการอบรมธรรมะ จิตของเขามิได้น้อมธรรมะเข้าสู่จิตใจคือ มาเพราะปฎิบัติตามคำสั่ง เมื่อเข้ารับการอบรม พระวิทยาการก็ป้อนธรรมะในเรื่องของการเป็นคนดีมีศีลธรรม ในรูปของทฤษฎีให้ ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนเขารู้ตั้งนานแล้ว ว่า คนดีเป็นอย่างไร การทำดีเป็นอย่างไร แม้แตนักโทษที่อยู่ในคุกเขาก็รู้เช่นกัน แต่ทุกคนจะทำดีหรือทำชั่วก็ขึ้นอยู่กับจิตของเขาเป็นผู้สั่งโดยมีสติเป็นผู้ควบคุม สภาพสังคมปัจจุบัน เราจะเห็นได้ด้วยตาของเรา ได้ยินข่าวคราวจากหูของเรา ว่าทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป บาปกรรมมันตัวรูปร่างอย่างไร บุญกุศลมันอยู่ที่ไหน ดังนั้น คนเราจะทำดีไปทำไม จะทำทานถือศีลบำเพ็ญภาวนาไปทำไม มันดีตรงไหน มีเหตุผลรองรับไหม ก็เมื่อที่รู้ที่เห็นอยู่ทุกวันมันไม่ใช่อย่างนั้น คนที่ทำชั่วเห็นเขาร่ำรวยมีชื่อเสียงเกียรติยศ เป็นที่ประจักษ์เยอะแยะไปหมด แล้วคนทำดีไปซุกอยู่ตรงไหน
ดังนั้นท่านผู้เป็นวิทยากรอบรม คนที่ถูกคำสั่งบังคับมาให้อบรมธรรมะถ้าจะทำให้ประสพผลสำเร็จ ต้องมีความสามารถมากทั้งทษฎีและปฎิบัติ รวมทั้งจิตวิทยา ลูกเล่นแพรวพราว อย่ายัดเยียดแต่ทฤษฎีมากจนเกินไปต้องมีลูกเล่น ลูกฮาด้วย สรุปคืออย่าให้บรรยาการในการอบรมเครียด ต้องมีแต่ความสนุกสนาน สอดแทรกความรู้เป็นขั้นตอน รวมทั้งให้ผู้เข้าอบรมได้มีกิจกรรมร่วม อย่างมีความสุข แล้วขั้นตอนการอบรมล่ะ ควรจะเรียงลำดับอย่างไร
เอาว่าขอเริ่มขั้นตอนการอบรมธรรมะ ตามแบบที่ผมเคยทำนะครับ บอกก็ได้ผมมีอาชีพรับราชการครู พูดเป็นสอนเป็นบรรยายธรรมะพอได้ ตามแบบฉบับของผู้รู้จากภาคปฏิบัติปนทฤษฎีบ้าง ผมลองพูดให้เด็กวัยรุ่นฟัง ปรากฎว่าเด็กเขาสนใจฟังมาก หมดเวลาสอนยังไม่ยอมให้เลิก ขอต่ออีก พอฟังแล้วซาบซึ้งยังไงไม่ทราบถึงขนาดยกพวกหนีเรียนไปทำบุญที่วัดท่าซุงเลยก็มี ตกลงพูดยังไงมีขั้นตอนแบบไหน ขอเฉลย
1.ผมใช้การพูดกับเด็ก เรื่องความตายใครมีญาติ มีเพื่อนที่ตายไปแล้ว มีไหม ใช้การพูดคุยไม่ใช่บรรยาย
2.คนเราต้องแก่ไหมถึงจะตาย แล้วพวกเธอต้องการตายไหม แล้วจะตายตอนไหน ต้องแก่ก่อนไหม เรียกว่าถามให้พ้นตัวผู้ฟัง เขาจะเริ่มคิด
3.คนทุกคนต้องตายแน่ สมมุติว่าเธอตาย ถามว่าจบไหม จบหมายถึงหมดสิ้นไปเลย หรือไม่จบ คือมีวิญญาณหลุดจากร่างออกมา ชาวพุทธส่วนใหญ่ เชื่อว่าวิญญาณมีจริง เพียงแต่ไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัสทำให้ความชัดเจนไม่มี
4.อยากถามหน่อย ใครว่าผีมีจริงบ้าง ส่วนใหญ่เชื่อแต่ไม่เคยเห็น บางคนอาจเคยเห็นบ้างแต่ไม่ชัดเจนนัก จะมีส่วนน้อยที่ไม่เชื่อ
5.แถวบ้านมีจ้าวเข้าทรงไหม เชื่อว่าจริงไหม แน่จริงกล้าไปท้าทายหน้าศาลไหม ไม่มีใครกล้าเสี่ยง สรุปในใจทุกคนเชื่อเพียงแต่ไม่ชัด
6.ถ้าจ้าวมีจริง ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นเทวดา ถ้าเทวดามีจริงสวรรค์ก็ต้องมีจริง ถ้าอย่างนั้นนรกก็ต้องมีจริง
7.อยากทดสอบพิสูจน์ไหมว่า วิญญาณมีจริง แต่ไม่ใช่ทำอย่างรายการในโทรทัศน์นะ เที่ยวไปพิสูจน์ตามบ้านร้างที่มีคนตาย ช่วยวิญญาณที่กำลังลำบากก็ไม่ช่วย ยังจะพยายามยั่วโมโหเขาให้ปรากฎตัวอีก เน้นเอาความท้าทายตื่นเต้น มาเป็นจุดขาย รู้ไว้ด้วยวิญญาณเหล่านั้นเขาโกรธนะ ระวังจะมีภัย ผู้ร่วมรายการพิสูจน์วิญญาณบางคนเห็นวิญญาณจริงๆด้วย แต่เขาช่วยวิญญาณเหล่านั้นที่กำลังลำบากไม่เป็น บางวิญญาณถูกผ้ายันต์ หรือมนต์สะกดไว้ไปไหนไม่ได้ บางวิญญาณเป็นสัมภะเวสีอดอยากอยู่ในบ้านร้างด้วยกรรมที่ตัวเองก่อไว้ ถ้าจะช่วยก็ต้องมลายมนต์อาคมที่กังขังเขาให้หมดสิ้น เอาบุญอุทิศให้วิญญาณเหล่านั้นให้ถูกต้อง แค่นี้ก็จบเรื่อง
ตกลงจะพิสูจน์วิญญาณอย่างไรล่ะ อ๋อ!วิญญาณเป็นพลังงานจะเอาตาเนื้อตาหนังไปมองหาเขา จะเห็นได้อย่างไร เราต้องปรับคลื่นใจของเราให้ละเอียดเพียงพอก่อน จึงจะสามารถเห็นวิญญาณได้ ก็คือการผึกทำสมาธิซิครับ วิธีไหนก็ได้ ถ้าทำไปถึงขั้นหนึ่งคืออุปจารสมาธิ ก็สามารถมองเห็นวิญญาณได้แล้ว แต่บางคนมีสัมผัสที่ 6 ติดตัวมาแต่เกิด พวกนี้มองเห็นวิญญาณตลอดเวลา โดยไม่ต้องฝึก เคยคุยกับเหล่าคนพิเศษนี้ เขาบอกว่า อยากของไม่เห็นจะดีกว่า คือเขาเห็นแต่เขากลัว ไม่รู้จะทำอย่างไร บอกกับใครเขาก็จะว่าเป็นโรคประสาท ดังนั้นพวกไม่เห็นน่ะโชคดีแล้ว จะได้ใช้ชีวิตเป็นปกติสุข
อีกวิธีหนึ่งในการพิสูจน์วิญญาณสำหรับผู้ที่ฝึกสมาธิไม่สำเร็จ ใช้วิธีอุทิศบุญ โดยอธิษฐานดังนี้ ลองเอาไปทำดูย่อยๆเดี๋ยวได้เจอแน่ “ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้าลงมาส่งให้กับวิญญาณดวงใดก็ได้ที่สามารถ ทำให้ข้าเห็นว่าผีมีจริง”อยากลองมั้ย , กล้าทำหรือเปล่า
ผลปรากฎว่ามีคนกล้าทำ หลังจากที่บอกวิธีนี้ไปครับ เป็นเด็กผู้หญิงทดลองทำ เจอเลยครับ แต่เห็นเป็นกลุ่มควันรูปร่างคน แค่นั้นถอดใจเลย นี่ถ้าไม่กลัวนะ ต่อไปจะมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นวิญญาณนะครับ ผมเองก็มีพรรคพวก ขอเรียกว่าญาติธรรม อยู่ตั้งหลายท่าน คอยช่วยเหลือกันดี จังเลย ใครจะเลียนแบบก็เชิญครับ
8.วกมาเรื่องตาย ถ้าสมมุติว่าตายตอนนี้ ทุกคนลองคิดซิว่าจะไปนรกหรือสวรรค์ สมมุติว่าเกิดมีจริงๆนะ ถ้าไม่รู้ก็ลองนึกเป็นตาชั่งแบบร้านทองใช้ เอาความดีที่นึกออกใส่ข้างหนึ่ง ชั่วใส่ข้างหนึ่ง คิดว่าข้างไหนจะหนักกว่า ส่วนใหญ่ก็จะตอบว่าความชั่วมากกว่า สรุปได้หรือยังว่าถ้าตายตอนนี้ จะไปนรกหรือสวรรค์
9.ถ้านรกเกิดมีจริงๆ ทำอย่างไรจะหนีนรกได้ คำตอบส่วนใหญ่ก็คือ ทำบุญเยอะๆ
10.สมมุติว่ามีเงิน 100 บาท จะทำบุญให้ได้บุญเยอะอย่างไร เรื่องนี้ผมก็อธิบายเรียงลำดับพลังของบุยจากที่ผมเขียนไว้ในหนังสือ
11.ถ้าไม่มีเงิน ไม่ใช้เงิน จะสร้างบุญอย่างไร ให้ได้บุญเยอะๆ จะได้หนีนรก ผมก็อธิบายเรื่องการช่วยขีวิตสัตว์,อภัยทาน,การถือศีล,การภาวนาเบื้องต้น ให้นักเรียนฟัง
12.ช่วยญาติ พี่น้องที่ตายแล้วด้วยบุญอย่างไร ผมจะอธิบายวิธีการเบิกบุญ อุทิศบุญ
13.เคยได้ยินเรื่องเจ้ากรรมนายเวรไหม เรื่องนี้ผมจะนำเอาประสบการณ์ที่ผมได้ประสบมาเล่าให้ฟัง
14.วิธีใช้หนี้นายเวร ให้เกิดอโหสิกรรม(การแก้กรรม) ผมอธิบายตามแนวทางที่ผมเขียนไว้ในหนังสือประสบการณ์วิญญาณและการอุทิศบุญ
15.ที่บ้าน,ที่รถ,ที่ตัวบุคคล มีวิญญาณอะไรเกี่ยวข้องบ้าง ข้อนี้ผมก็จะใช้ประสบการณ์ที่ตัวเองประสบมาเล่าให้ฟัง
16.การรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดจากการกระทำของนายเวร ผมจะใช้วิธีการอุทิศบุญจากหนังสือของผมมาเล่าให้ฟัง
17.วัยรุ่นที่ทำแท้ง จะแก้ไขด้วยการอุทิศบุญ เบิกบุญอย่างไร อ๋อ!ง่ายมาก แต่ไม่ได้แปลว่าหมดกรรมนะ
ครับ นี่คือแนวทางที่ผมใช้พูดบรรยายกับวัยรุ่นให้จิตของเขารับ กับเรื่องวิญญาณ ภพภูมิ และกฎแห่งกรรมก่อน คือต้องสร้างความกลัวให้กับเขาคิดว่าวันหนึ่ง ตัวเขาเองก็ต้องพบ ถ้าไม่รีบสร้างบุญให้เพียงพอ ใครก็กลัวตกนรก
สำหรับการถือศีล การสวดมนต์ การภาวนา ถ้ามีเวลาพอผมจึงจะเริ่มสอน แต่จะเน้นถึงพลังบุญที่เกิดว่าการปฎิบัติแบบใด มีพลังบุญมากน้อย อย่างไร คือต้องหาเหตุผลรองรับ
ในการบรรยาย ต้องใช้การพูดคุยไม่ใช่ยัดเยียดความรู้อย่างเดียวยังต้องผสมลูกเล่น ในการให้เกิดอารมณ์ร่วม ปนตลกขบขันตามสถานการณ์ในห้อง
ครับนี่คือวิธีการบรรยายธรรมะสำหรับฆารวาส ของผม คืดเรียงลำดับเอาเอง ทดลองดูแล้ว พอได้ผลครับ วัยรุ่นหลายคนหันมาสนใจธรรมะเห็นแล้วก็ชื่นใจ
ขอย้อนไปถึงเรื่องความตายต่อครับ เดี๋ยวจะผิดหัวข้อเรื่องสภาพวิญญาณผู้ที่เพิ่งเสียชีวิต ตามที่ตั้งไว้
เอาเรื่องคนตายโหงบ้าง คนเขากลัวกันนักผีตายโหงนี่ มันน่ากลัวจริงหรือ ขอยกตัวอย่างเรื่องวิญญาณที่ประสบอุบัติเหตุ รถคว่ำตาย ปรากฎว่า วิญญาณยังอยู่ตรงบริเวณที่ตายนั้นแหละ ยังไม่ไปไหน ทำไมไม่กลับบ้าน ผมก็งงกลับไม่ถูกหรือ ต้องกลับถูกซิ ลองตรวจสอบดูปรากฎว่าท่านเจ้าที่ซึ่งเป็นเทวดารักษาบริเวณนั้นก็ช่วยตอบว่า เขายังมีกรรมที่ต้องอยู่บริเวณนี้ไปพักหนึ่งก่อน จึงจะไปได้ผมพบบางคนที่ตาย ด้วยอุบัติเหตุ ยังอยู่บริเวณนั้นทั้งที่เวลาก็ผ่านไปหลายปี ก็ยังอยู่ แสดงว่ากรรมยังตอบสนองเขาอยู่ พอผมอุทิศบุญให้แล้วรับเอาวิญญาณนั้นไปปฎิบัติธรรมปรากฎว่าไปได้ ทำอย่างไรหรือครับ บอกก็ได้ไม่มีความลับ เพราะหนังสือที่เขียนนี้ มุ่งเน้นให้ทุกคนช่วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปขอความช่วยเหลือจากผู้ทรงจิตทั้งหลาย หรือหาทางติดต่อผมให้ช่วย วิธีการคือ ผมอุทิศบุญให้วิญญาณตายโหงผู้นั้นก่อนหลายครั้ง แล้วจึงอธิษฐานว่า “ลูกขอบารมีองค์สมเด็จแระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดแผ่บุญบารมีของพระองค์ท่าน ลงมานำดวงวิญญาณของ………..นำไป ณ.ลานหน้าวิหาร 100 เมตร วัดท่าซุง เพื่อให้เขาได้ปฎิบัตธรรมด้วยเถิด สาธุ” แค่นี่ก็เรียบร้อย แต่ถ้าพิสูจน์ทราบว่าวิญญาณนั้นยังไปไม่ได้แสดงว่ากรรมที่ตอบสนองเขาให้อยุ่ ณ.ที่ตายนั้นแรงมาก ก็จะต้องหมั่นอุทิศบุญให้วิญญาณตายโหงนั้นบ่อยๆ จนคิดว่าเพียงพอ แล้วจึงขอบารมีพระพุทธองค์ท่านช่วยอีกครั้ง ทำไปจนกว่าจะสำเร็จผล แต่ส่วนใหญ่ สำเร็จผลตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว
หลายครั้งที่ผมได้มีโอกาสตรวจสอบวิญญาณที่ตายโหง ด้วยกลุ่มญาติธรรมของผม ปรากฎว่าวิญญาณที่เพิ่งตายส่วนใหญ่ยังทำใจไม่ได้ ยืนร้องไห้อยู่ตรงที่ตายนั้นแหละ พอติดต่อพูดคุยด้วยบางทีคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะเขามัวเสียใจร้องไห้อยู่ บางวิญญาณก็พยายามขอร้องให้ช่วย เช่น ผมยังไม่อยากตาย ๆๆ อาจารย์ช่วยผมด้วย วะ!ใครจะให้ฟื้นได้เล่า ก็กายเนื้อมันพังหมดแล้ว ต้องสอนต้องอธิบายกันพักใหญ่ ถึงจะสงบใจฟัง แล้วตามไปยังที่ปฎิบัติธรรม อาจจะเป็นที่วัด ที่บ้านก็แล้วแต่จะเลือก
ทำไมต้องนำวิญญาณเหล่านั้นไปปฎิบัติธรรม ก็ด้วยเหตุผลว่าป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีความรู้ทางไสยศาสตร์ มาบังคับเอาวิญญาณตายโหงนี้ไปใช้งาน มีจริงๆนะครับ ผมเองก็พบ คือร่างถูกญาติพี่น้องนำไปทำพิธีตามประเพณี แต่น่าสงสารวิญญาณผู้ตายถูกบังคับเอาไปแล้ว ญาติก็ไม่รู้เรื่อง อีกอย่างคือ ยมฑูตเจ้าหน้าที่จากนรกภูมิ มาเก็บเอาวิญญาณไปสอบสวนที่ยมโลก ถ้าอายุยังไม่หมด แต่ประกอบกรรมชั่วไว้มาก ยมฑูตจะนำไปขังที่ห้องขังในนรกภูมิ เพื่อรอวันหมดอายุจึงจะนำไปสอบสวน แต่ด้วยความชั่วที่สร้างไว้มากขณะที่มีชีวิต จะมีเจ้าหน้าที่นรกคือนายนิรยบาลมาทำการโบยทุบตี ทุกวัน น้ำและอาหารไม่เคยไห้กินเสียด้วย นี่แหละครับจึงต้องรีบนำวิญญาณตายโหงเหล่านี้ ไปปฎิบัตธรรมเพื่อสร้างบุญด้วยตัวเองไหนล่ะความน่ากลัวของผีตายโหง เห็นแต่น่าสงสาร
บางรายพอประสบอุบัติเหตุ ตายอยู่ตามถนน ญาติพี่น้องก็นิมนต์พระไปนำวิญญาณ กลับบ้าน ผมเองก็ไม่รู้พระท่นสวดอะไร หลายรายก็สำเร็จวิญญาณเกาะตามคนที่มาด้วยกลับบ้านได้ แต่บางรายกรรมที่กำลังสนองทำให้ต้อง อยู่ตรงที่ตายไปไหนไม่ได้ ไม่รู้ยังไงกรรมช่างซับซ้อนเหลือเกิน ก็ขอบอกผู้ที่มีญาติเสียชีวิตด้วยอบัติเหตุที่ใดก็ตาม ให้รีบทำบุญสังฆทานอุทิศตรงให้ผุ้ตายโดยด่วน พลังบุญนี้จะมีผลทำให้วิญญาณผู้ตาย มีความสุข ได้ ให้ทำบุญอะไรก็ได้อุทิศบุญให้ผู้ตายบ่อยๆ เมื่อพลังบุญพอวิญญาณเขามีพลัง เขาจะไปไหนมาไหนเองได้ ถ้าอยากจะเชิญก็ทำเองได้ ให้ไป ณ.ที่ผู้ตาย ตายอยู่ที่ไหนไปพูดบอกภาษาไทยนี้แหละชวนเขากลับบ้าน เดี๋ยววิญญาณผู้ตายก็จะเกาะมาเอง แต่อย่าลืมรีบทำบุญอุทิศให้ก่อนไปชวนวิญญาณกลับบ้านล่ะ เพื่อเพิ่มบุญและต้านกระแสกรรมของวิญญาณนั้น
บางคนตายผิดปกติเช่น ผูกคอตาย ถูกยิงตาย ตกน้ำตาย ก็จะมีคนพบวิญญาณเหล่านี้ปรากฎให้เห็น ทำให้ผู้คนหวาดกลัวว่าผีหลอก โถ!ทุกข์จะตาย มาเที่ยวทำผีหลอกอยู่ทำไม นั้นเขาขอความช่วยเหลือต่างหาก ทำบุญหรือเบิกบุญอุทิศให้ซีแค่นี้ก็จบเรื่อง
ตามสถานที่เป็นโค้ง ที่ประสบอุบัติเหตุกันบ่อยๆ มักมีผู้พบเห็นวิญญาณจำนวนมากบริเวณนั้น ก็วิญญาณเหล่านั้นมีกรรมมาสนองให้อยู่ ณ.ทีนั้นยังไปไหนไม่ได้ ไอ้เรื่องตัวตายตัวแทนไม่เคยเห็นมี จะพบแต่นายเวรเขาเล่นงานให้ตาย ทำไมจะไม่อยากกลับบ้านตายแล้วก็ยังอยากกลับบ้านทุกวิญญาณนั้นแหละ แต่ยังไปไหนไม่ได้ กรรมนะซี บางครั้งมีผู้นิมนต์พระมาทำพิธี สวดมนต์ ทำบุญเลี้ยงพระ พรมน้ำมนต์ในบริเวณนั้น วิญญาณที่ตายโหงเหล่านั้นก็อยู่ไม่ได้ ต้องหนีไปจากบริเวณนั้น ระเหเร่รอนไปก็มี ไปรวมกันอยู่อีกที่ก็มี นั้นคือ การใช้ฤทธิ์จากน้ำมนต์ขับไล่เขา โถ!จริงเขาเหล่านั้นก็คือคนนั้นแหละแล้วกำลังมีทุกข์เสียด้วย ยังมาขับไล่เขาอีก ทำบุญเลี้ยงพระบริเวณนั้น ถ้าไม่มีผู้อุทิศบุญให้ ก็ได้แต่แอบอนุโมทนา เอาพอได้อิ่มบ้างนิดหน่อย นี่ถ้ามีคนที่อุทิศบุญเป็นอยู่แถวๆนั้น หมั่นอุทิศบุญให้วิญญาณเหล่านั้น พร้อมทั้งบอกสอนวิญญาณให้รู้จัก สร้างบุญด้วยการนั่งปฎิบัติธรรม กับเจ้าที่แถวๆนั้น แค่นี้ก็เรียบร้อย พักเดียววิญญาณตายโหง เหล่านั้นก็หมดไป ใครจะมาเผ้าถนนอยู่เล่า ถ้าบุญเพียงพอเขาก็ไปสู่ที่ที่ดีกว่าทั้งนั้นแหละ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here