เจ้าพระยาโกงบ้านโกงเมือง

จากการพูดคุยกับอาจารย์ของผมท่านให้ผมลองดูสิว่าคนที่โกงบ้านโกงเมืองเมื่อตายไปแล้วจะต้องพบเจออะไรบ้าง  จะได้นำมาเล่าให้กับคนทั่วไป ได้รับรู้ เพื่อเป็นข้อคิดสติเตือนใจให้แก่ผู้ที่รับรู้เรื่องราว

ผมจึงขออนุญาตนำเรื่องราวของท่านมาเล่าเป็นคติเพื่อเตือนสติ ในการดำเนินชีวิตเพื่อให้ตนเองปลอดภัยและห่างไกลจากนรก  ผมกำหนดจิตเพื่อหาคนที่เหมาะสมเพื่อนำเรื่องราวมาเขียนเตือนสติ  ก็ให้ปรากฏว่าได้พบกับดวงวิญญาณดวงหนึ่งที่เหมาะสม  สภาพของดวงวิญญาณดวงนั้นที่ผมพบเป็นวิญญาณที่ลำบากมาก กำลังไถพื้นผมจะเรียกว่าพื้นอะไรดี ลักษณะของมันมีความแข็งเหมือนดินลูกรัง  สีแดงเป็นลักษณะของหินลาวาร้อนที่ผมบอกไถอยู่ไม่ใช่คนไถนะ แต่เป็นคนลากไถ ในลักษณะการไถนาด้วยควายในสมัยนี้ จะลากคันไถ ไถตรงบริเวณนั้นอยู่พื้นที่กว้างสุดลูกตาที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ถูกนายนิรยบาลใช้แส้เฆี่ยนตีหากไม่ยอมเดินอีกด้วยตามตัวมีบาดแผลที่เกิดจากการถูกเฆี่ยนตี มีเลือดไหลออกมาตามบาดแผลเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด ตรงบริเวณที่เดินย่ำลงไป ก็มีความร้อนมาก เมื่อเดินย่ำลงไปก็จะมีควันลอยออกมาตรงบริเวณนั้นด้วย ที่สำคัญเสื้อผ้าสักชิ้นก็ไม่มีติดตัว มีเสียงร้องโหยหวนตลอดเวลา ฟังแล้วชวนให้เป็นที่สยดสยองมองแล้วให้เวทนาอย่างยิ่ง จนผมไม่อยากเห็นภาพดังกล่าว แต่ด้วยหน้าที่ผมจึงตัดสินใจขอคุยกับวิญญาณที่ถูกลงโทษ ก่อนคุยผมไม่ลืมที่จะอุทิศบุญให้กับวิญญาณดวงดังกล่าวและนายนิรยบาล

ผม                    :           สวัสดี

พระยาใส           :           สวัสดี ช่วยข้าด้วย ทรมานเหลือเกิน ทั้งร้อน ทั้งหิว

ผม                    :           อย่างนั้น ผมขออำนาจ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  โปรดดลบันดาลให้บุญของข้าพเจ้า จงกลายเป็นอาหารให้แก่วิญญาณดวงนี้ด้วยเทอญ

พระยาใส           :           อิ่ม ได้รับบุญแล้ว ดีจังเลย

ผม                    :           ผมขอถามอะไรสักหน่อยได้ไหม  เพื่อนำมาบอกกับคนทั่วไป

พระยาใส           :           ได้ข้าจะบอกทุกเรื่อง

ผม                    :           ท่านทำผิดอะไร  ถึงลงมาที่นี่

พระยาใส           :           ข้าชื่อใส มีตำแหน่งเป็นพระยา มีหน้าที่เก็บอัฐ เข้าท้องพระคลัง ของเมือง อโยธยา ข้าเก็บอัฐได้เท่าไหร่ ข้าจะเก็บไว้เป็นของตนส่วนหนึ่งอีกส่วนก็นำเข้าคลังหลวง ข้ายังรับสินบนจากเมืองอื่นเพื่อแรกกับข่าวของเมืองข้าต่อมามีคนรู้เรื่องก็เลยมาฆ่าข้าให้ตาย   ผมมองหน้าของนายนิรยบาลในทำนองที่ว่าจริงหรือเปล่าท่านเหมือนรู้ ว่าจะถาม อะไรท่านพยักหน้าตอบว่าจริง

ผม                    :           ท่านตายแล้วไปไหน

พระยาใส           :           เมื่อตายแล้วก็มีคนมารับตัวลงมานรกเลย

ผม                    :           ท่านไม่สอบสอนก่อนหรือ

พระยาใส           :           ไม่ได้สอบสวน

ผม                    :           ท่านถูกลงโทษในแดนนี้เลยหรือ

พระยาใส           :           ไม่ใช่  ข้าถูกลงโทษอีกแดนหนึ่ง

ผม                    :           ลงโทษแบบไหน

พระยาใส           :           ถูกเฉียดเนื้อออกทีละชิ้นทีละชิ้น โยนให้หมา อีกา จนเหลือแต่กระดูก แล้วตายลง ฟื้นมาก็ถูกทำแบบนี้อีก นานถึง 300 ปี

ผม                    :           หมดแค่นั้นไหม

พระยาใส           :           ยังต้องลงอีกแดนหนึ่ง แดนนั้นเต็มไปด้วยอีแร้งทั้งจิก ทั้งตี กินเนื้อ จนตาย แล้วฟื้นคืนกลับมาวนอยู่แบบนี้ นาน 100 ปี ถึงมาอยู่แดนนี้

ผม                    :           อยู่แดนนี้อีกนานไหม

นายนิรยบาล       :           อีก 100 ปี

ผม                    :           อืม หมดจากตรงนี้แล้วจะต้องไปที่ไหนอีก

นายนิรยบาล       :           ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน

ระหว่างนั้นก็มีเสียงตอบมาว่าเป็นสัตว์ใช้แรงงานอีก 500 ชาติ ผมถึงกับนิ่งเงียบเพราะเกิดความ
สลดใจ ไม่นึกว่าจะมากขนาดนี้

ผม                    :           ผมสามารถช่วยเขาได้ไหมครับ

ท่าน                  :           ได้ เป็นบุญของสมาธิประมาณ 10 วัน ก็จะขึ้นจากตรงนี้ได้ แต่ก็ต้องไปเป็นสัตว์ที่ใช้แรง อีก 500 ชาติ

ผม                    :           ขอบพระคุณท่าน ที่กรุณาให้ความชัดเจน  ผมอุทิศบุญให้กับผู้เกี่ยวข้องพร้อมกับถอดสมาธิออกมา จากสถานที่แห่งนั้นมานั่งนึกสังเวชใจ ว่าเวลาผ่านไปเกือบ 400 ปี แล้ว เขายังไม่พ้นจากนรกเลย เมื่อขึ้นมาจากนรกได้ก็ต้องมาเป็นสัตว์อีก 500 ชาติ แล้วจะหมดกรรมเมื่อใด นี่เป็นเพราะโลภ ความอยากมีอยากได้ในหนทางที่ผิดแท้ๆ จึงต้องมารับทุกข์อย่างแสนสาหัส ความอยากมีอยากได้ ไม่ใช่สิ่งผิด แต่สิ่งที่ผิดก็คือวิธีการที่ได้มา

…………………………………..

อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here