พระภูมิเจ้าที่

                  ธรรมเนียมประเพณีแต่โบราณที่บรรพบุรุษเราทำกันมา  เมื่อปลูกบ้านแล้วก็ต้องมีศาลพระภูมิ  เจ้าที่  เพื่อเอาไว้ปกป้องคุ้มครองผู้คนที่อยู่อาศัยภายในบ้าน  พระภูมิเป็นศาลเสาเดียว  เจ้าที่เป็นศาล  4  เสา  ก็เป็นกุศโลบายแต่โบราณมา  ให้ผู้คนยอมรับนับถือ  เทวดาที่ลงมาสถิตภายในบริเวณบ้านเรา

บางรายศรัทธามากจัดสร้างศาลเสียใหญ่โตมีพิธีอัญเชิญพระภูมิเจ้าที่  ขึ้นสถิต ณ  ศาลที่ตั้งถวาย  เสียเงินเป็นค่าตั้งศาลให้พวกหมอพราหมณ์มาทำพิธีดูเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์  ผู้อยู่อาศัยก็มีความรู้สึกสบายใจว่าได้จัดทำสมบูรณ์แล้ว  ท่านคงปกป้องคุ้มครองผู้คนที่อยู่ในบ้านให้ร่มเย็นเป็นสุข

บางรายหลังจากตั้งศาลแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่  อยู่ใครอยู่มันไม่ได้สนใจกับพระภูมิเจ้าที่อีกเลย  และบางคนก็ไม่เชื่ออีกต่างหากว่ามีพระภูมิเจ้าที่มาอยู่จริง

บางรายมีศรัทธาไม่เสื่อมคลาย  หลังจากตั้งศาลแล้ว ทุกเช้ายังนำอาหาร  ผลไม้  น้ำ  ไปบูชาทุกวัน  กราบไหว้ขอความคุ้มครอง  แถมด้วยประดับไฟแพรวพราว  พวงมาลัยอีกเต็มศาล

นี่คือสิ่งที่หลายๆ  คนคงพบเห็นเช่นผมนะ  ผมเองก็มีบ้าน  เริ่มแรกก็ยังไม่รู้เรื่องการอุทิศบุญ  และยังติดต่อวิญญาณไม่ได้  แต่มีความสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาและโลกวิญญาณ  พอมีความรู้เกี่ยวกับพระภูมิเจ้าที่อยู่บ้าง  พอมีบ้านผมก็คิดเรื่องตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่  บ้านผมเป็นตึกแถว  เลยคิดว่าบนดาดฟ้าคงเหมาะที่สุด  และด้วยความเป็นคนมีฝีมือทางช่างอยู่บ้าง  ศาลหรือไม่ซื้อหรอก  ตัดไม้  สังกะสีทำเองเลย  ติดตั้งบนยอดบนสุดของหลังคาดาดฟ้าเสร็จ  เอ!  แล้วเราจะเชิญท่านเทวดาเหล่านี้ยังไงดี  เห็นเขาต้องไปจ้างหมอตั้งศาลมาทำพิธี  พวกหมอตั้งศาลก็เห็นเขาใช้ภาษาบาลีสวดสารพัดสวด  ก็เทวดาที่มาเป็นพระภูมิเจ้าที่  น่าจะเป็นคนไทยมาก่อนนะ  เอาภาษาแขกมาเชิญจะฟังรู้เรื่องหรือ  ถ้าเราเชิญท่านเหล่านี้ด้วยภาษาไทยน่าจะฟังกันรู้เรื่องมากกว่า  และเจ้าของบ้านเป็นผู้เชิญเองน่าจะสมควรกว่าให้ใครก็ไม่รู้มาเชิญแทน  เมื่อคิดวิเคราะห์ดูแล้วตกลงเชิญเองดีกว่า  ไม่เสียเงินจ้างใครดีด้วย

ผมเลือกเชิญตอนค่ำ  เพราะไม่มีใครเห็นดี  จุดธูป  9  ดอกตอนนั้นยังไม่รู้เรื่อง  เห็นเขาจุดธูปกันเวลาติดต่อกับวิญญาณก็เลยจุดมั่ง  เครื่องเซ่นสังเวยอะไรก็ไม่มีสักอย่าง  กล่าวขอเชิญพระภูมิเจ้าที่ด้วยคำสุภาพเท่าที่ตัวเองคิดได้  เพื่อสื่อความหมายให้ท่านเทวดาเข้าใจเราผู้เป็นเจ้าของบ้านขอเชิญท่านขึ้นมาสถิตยังศาลที่ตั้งไว้  เสร็จพิธีง่ายๆ

ตอนนั้นก็พอรู้จักผู้ที่มีตาทิพย์ท่านหนึ่งชื่อพี่แป๊ว  เลยลองให้พี่แกช่วยดูซิว่า  ตั้งศาลเชิญพระภูมิเจ้าที่ได้สำเร็จไหม  พอพี่แป๊วตรวจสอบดูแกบอกว่า  เออ! เก่งนี่พระภูมิเจ้าที่ท่านมาสถิตที่ศาลแล้ว  ไชโย!  ตั้งศาลเองสำเร็จแล้ว

ปกติผมชอบทำบุญทำทานเป็นปกติ ทุกอาทิตย์ต้องไปวัด  พอกลับมาบ้านตอนค่ำก็จะอธิษฐานกรวดน้ำเอาบุญใหญ่ให้พระภูมิเจ้าที่เป็นประจำ  ก็คิดว่าตัวเองทำถูกต้องแล้ว  ก่อนนอนก็รวมกันสวดมนต์อิติปิโส  ชินบัญชร  นั่งสมาธิ

พอปีพ.ศ. 2549  หลังจากผมและพรรคพวกของผมได้ฝึกมโนมยิทธิที่วัดท่าซุง  จนผมเองได้มโนมยิทธิเพียงครึ่งกำลัง  แต่พวกผมได้เต็มกำลังสามารถติดต่อกับวิญญาณต่างๆ ได้  อีกทั้งได้ความรู้เรื่องการอุทิศบุญ  เบิกบุญจากคำสอนของหลวงพ่อเกษม  วัดสามแยก  อำเภอน้ำหนาว  จังหวัดเพชรบูรณ์  จากแผ่น VCD  นำมาศึกษาจนเข้าใจ  และทดลองพิสูจน์ผลจนมั่นใจ

คืนหนึ่งผมลองติดต่อกับพระภูมิและเจ้าที่บ้านผม  ปรากฏว่าท่านเป็นเทวดามาจากชั้นจาตุมาหาราชิกา  ได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้มาดูแลรักษาที่บ้านหลังนี้  เจ้าที่คือเทวดาที่มารักษาผืนดินในเขตบ้านที่ผมอยู่  พระภูมิคือเทวดาที่มารักษาสิ่งปลูกสร้างคือบ้านที่มนุษย์สร้างขึ้น  ผมขอทราบว่าท่านอยู่ที่ศาลที่ผมตั้งไว้หรือเปล่า  ปรากฏว่าเปล่าท่านมาพร้อมวิมานของท่านสวยงาม  เป็นเหมือนศาลาจัตุรมุข  วิมานท่านจะให้ตั้งอยู่ตรงไหนก็ได้  ท่านก็ตั้งวิมานไว้ส่วนบนสุดของดาดฟ้านั่นแหละ  แต่ไม่ได้อยู่ในศาลเหมือนที่คนเขาเข้าใจกัน  ตกลงสร้างศาลฟรี  บางบ้านเขาไม่ได้ตั้งศาลท่านเทวดาก็ไม่เดือดร้อนเพราะท่านอยู่วิมานของท่าน  ดีไม่ดีสัมภเวสีอาจจะเข้าไปอยู่ที่ศาลแทนก็ได้  ถ้าท่านอนุญาต  แต่คนทั่วไปก็นิยมตั้งศาลก็เปรียบเสมือนเป็นสถานที่ติดต่อกับพระภูมิเจ้าที่  ก็ได้ไม่เป็นไร

ผมถามพระภูมิกับเจ้าที่ว่าผมเอาศาลออกได้ไหม  เมื่อท่านไม่ได้อยู่  ท่านก็บอกว่าเอาออกไปซิไม่ได้อยู่หรอก  หลังจากวันนั้นผมก็เลยต้องไปเอาศาลลงมาเพราะปล่อยไว้นกพิราบมาทำรังทิ้งความสกปรกไว้เปล่าๆ

ผมถามท่านว่าที่ผมกรวดน้ำอุทิศบุญให้มานานแล้วท่านได้รับหรือเปล่า  ท่านบอกว่าไม่ได้รับบุญ  หรอกแต่ก็ชื่นใจที่ยังคิดถึงท่าน  แล้วก็ผมอุทิศบุญ  เบิกบุญให้ท่านล่ะ  ท่านตอบว่าได้รับบุญเต็มๆ  เลย

ท่านยังบอกอีกว่าเมื่อก่อนกลุ้มใจ  กลัวบุญที่มีอยู่จะหมด  แต่ตอนนี้สบายมาก  บุญเพิ่มขึ้นทุกวันเลย  ถามท่านเรื่องที่ผมสวดมนต์  เพราะตอนผมดู  VCD  ของหลวงปู่เกษม  ท่านบอกว่าใครสวดมนต์  ขณะสวดจะมีแสงออกจากผู้สวด  วิญญาณขั้นต่ำแถวนั้นถ้าหนีไม่ทันจะเจ็บปวดเดือดร้อน  และมีความโกรธแค้นผู้สวดที่ทำให้เขาทุกข์  ทั้งๆ  ที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้เดือดร้อนแก่ผู้สวดเลย

พระภูมิท่านตอบว่า  เออ!  จริง  พอเอ็งเริ่มสวดพวกสัมภเวสีแถวนี้เผ่นกันกระเจิงเลย  แต่เราหอมชื่นใจไม่เดือดร้อนอะไร

ผม    :    ผมควรจะทำอย่างไรดี  สวดหรือไม่สวด

พระภูมิ    :    อย่าสวดเลยก็ดี  จะได้ไม่เดือดร้อนผู้อื่น  สู้นั่งอุทิศบุญแจกกับภาวนาไม่ได้  ได้บุญกว่าสวดเยอะ

ผม    :    แถวบ้านผมมีวิญญาณลำบากเยอะหรือ

พระภูมิ    :    เยอะแยะ  คุ้ยถังขยะกินก็มาก  ที่เร่ร่อนมาจากตลาดก็มาก

ผม    :    ทำไมมีเยอะจัง  นี่ในเมืองนะ

พระภูมิ    :    ก็ที่ตลาดเขาฆ่าปลา  หมู  ไก่  ทุกวันเป็นร้อยเป็นพันตัว  พอมันตายวิญญาณที่หลุดจากสัตว์มันก็เป็นคนทั้งนั้น  ก็ไอ้คนที่ไปใช้กรรมเป็นสัตว์นั่นแหละ  ไอ้รูปร่างคนที่ออกจากสัตว์มาก็คือพวกสัมภเวสีไงล่ะ  เร่ร่อนอยู่พักหนึ่งเดี๋ยวมันก็ต้องไปเข้าท้องสัตว์อีกเกิดเป็นสัตว์อีก  จนกว่าจะหมดเวร  เฮ้อ!  น่าสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

ผม    :    เอาอย่างนี้  ถ้าท่านสงสาร  ท่านเก็บพวกนี้มาไว้ที่ดาดฟ้าผมสิ  เดี๋ยวผมอุทิศบุญส่งให้พวกนี้ถือศีล  สอนสมาธิให้พวกนี้เอาไหม  ผมก็ได้บุญสงเคราะห์  ท่านก็ได้บุญธรรมทานบุญใหญ่นา

พระภูมิ    :    เออ!  ดีๆ  เอาซิดีกว่าอยู่เฉยๆ  สงสารพวกนี้มันด้วย  ตกลงเดี๋ยวเริ่มเลย  เออ!  พระภูมิเจ้าที่แถวๆ  นี้เขาขอร่วมด้วยได้ไหม

ผม    :    ตกลง  เอาเลย  ใครช่วยเก็บวิญญาณลำบากมาสอน  ผมอุทิศบุญให้ทั้งผู้สอนแล้วก็วิญญาณที่เก็บมาด้วย  ทั้งหมดเลย

เป็นไงครับท่านผู้อ่านพอเข้าใจเรื่องพระภูมิกับเจ้าที่หรือยัง  หลังจากวันนั้นมาเป็นเดือนผมลองติดต่อกับพระภูมิเจ้าที่อีก  เพื่อเช็คผลงานการสงเคราะห์วิญญาณ  ปรากฏว่าพระภูมิเจ้าที่ท่านบ่นเล่นๆ  บอกไม่ไหวพวกที่เก็บมา  มันปฏิบัติกันเคร่งเหลือเกินไม่ยอมเลิกเลย  มันกลัวต้องไปเกิดเป็นสัตว์อีก  บางพวกก็กำลังตกนรกรีบปฏิบัติกันใหญ่  ไอ้พวกที่ปฏิบัติจนบุญพอ  กายมันจะใสขึ้นแล้วลอยขึ้นไปจุติที่สวรรค์เบื้องบนเอง

พระภูมิยังบอกอีกว่า  รู้ไหมตอนนี้  เทวดาเขาบอกต่อกันไปไกลแล้วนะ  พากันเก็บผีมาสอนปฏิบัติธรรมกันเยอะแยะไปหมด ขอให้เธอส่งบุญให้พวกเขาด้วย  อย่าเลิกนะ

เอ!  แล้วอย่างนี้จะมีผีเหลือให้เก็บหรือ  เล่นช่วยกันเก็บเยอะแยะหมด  ผมสงสัยเลยถามพระภูมิท่านดู  พระภูมิท่านเลยเฉลยให้ผมฟังว่า  คืออย่างนี้อย่านึกว่าผีหรือสัมภเวสีมันจะเกิดจากคนตายเท่านั้นนะ  สัตว์เล็กใหญ่ตั้งแต่แมลงไปจนถึงสัตว์ใหญ่ทุกตัวพอตายหลุดออกมาก็รูปร่างคนทั้งนั้นแล้ววันหนึ่งๆ  แมลงตายกี่ตัวล่ะ  ไหนจะพวกเปรต  อสูรกายที่เพ่นพ่านอยู่บนโลกมนุษย์  เห็นไหมเก็บเท่าไรก็ไม่หมด  ช่วยกันเก็บหลายเจ้าน่ะดีแล้ว

ตอนนี้ผมขอแนะนำท่านผู้อ่านหน่อย  สำหรับพระภูมิเจ้าที่  จะตั้งศาลให้เพื่อความสบายใจก็ได้  หรือจะไม่ตั้งก็ได้  แต่ที่ควรทำที่สุดคือ  อุทิศบุญให้พระภูมิเจ้าที่  และทุกวิญญาณในบ้านของเราทุกวันไม่ต้องห่วงเลย  เมื่อเขาเหล่านั้นได้รับบุญซึ่งมีค่ายิ่งกว่าพวงมาลัย  ธูป  เทียน  เครื่องเซ่น  แล้วพลังบุญก็คือพลังฤทธิ์  เขาเหล่านั้นจะรักษาและดูแลเราและครอบครัวอย่างดียิ่ง  ท่านทั้งหลายลองทำดูซิครับ

…………………………..คนธรรมดา

อาจารย์๓ณทัต แสนัมฤทธ์

คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here