หน้าแรก เห็นกรรม ความมหัศจรรย์ที่เราอาจหลงลืมในเวลาให้ทาน

ความมหัศจรรย์ที่เราอาจหลงลืมในเวลาให้ทาน

335
0

เรื่องที่เราอาจหลงลืมในเวลาให้ทาน

ทาน หมายถึง การให้, การแบ่งปัน, การเสียสละ, การเอื้อเฟื้อ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ วัตถุที่พึงให้

ทานที่แปลว่า การให้, การแบ่งปัน, การเสียสละ, การเอื้อเฟื้อ หมายถึงการให้ทานด้วยจิตใจที่ดีงาม มุ่งเพื่อบูชาพระคุณ เช่นที่ให้แก่บิดามารดา ถวายแก่พระสงฆ์ เป็นต้นบ้าง มุ่งเพื่อสงเคราะห์ เช่นที่ให้แก่คนตกทุกข์ได้ยาก ให้แก่คนทั่วไปด้วยความกรุณาสงสารบ้าง

ทานที่แปลว่า วัตถุที่พึงให้ ย่อมาจาก “ทานวัตถุ” หมายถึงสิ่งของสำหรับให้สำหรับเสียสละให้ผู้อื่น ได้แก่สิ่งของที่ถวายพระ สิ่งของที่ควรนำไปให้เพื่อตอบแทนบุญคุณแก่ผู้มีพระคุณ เช่นพ่อแม่ ครู อาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ เรียกว่าไทยทาน บ้าง ไทยธรรม บ้าง มี 10 อย่าง ทานสูตร ได้แก่ อาหาร, น้ำ, เครื่องนุ่งห่ม, ยานพาหนะ, มาลัยและดอกไม้, ของหอม (ธูปเทียน), เครื่องลูบไล้ (สบู่เป็นต้น), ที่นอน, ที่อยู่อาศัย, และประทีป (ไฟหรือไฟฟ้า) การให้ทานวัตถุ 10 อย่างนี้มีผลอานิสงส์มากเพราะเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์อย่างเดียว ไม่มีโทษ ไม่มีพิษภัยแก่ผู้รับ การเลือกของที่จะให้บัณฑิตสรรเสริญ ด้วยจิตใจที่ดีงาม

ทานเป็นบุญอย่างหนึ่ง เรียกว่า “ทานมัย” คือบุญที่เกิดจากการให้ เป็นสังคหวัตถุ คือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจกันไว้ได้ และเป็นบ่อเกิดแห่งบารมีที่เรียกว่า ทานบารมี

การให้ทานมีวัตถุประสงค์สำคัญในการคลายความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัว ความโลภในจิตใจมนุษย์ ส่งผลให้เกิดความ ใส สว่าง สะอาดของจิตใจขึ้นมา
>>ประเภทของทาน

>อามิสทาน คือการให้วัตถุสิ่งของ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ข้าว(อาหาร)และน้ำเป็นทรัพย์โดยปรมัตถ์ สิ่งอื่นเป็นทรัพย์โดยบัญญัติเพราะเกิดจากการสมมุติของของคนที่ทำให้เกิดความจำเป็น เช่น เสื้อผ้าถ้าใส่กันอาย เงินทองเพชรที่กินไม่ได้และไม่มีประโยชน์ (อามิสแปลว่าวัตถุสิ่งของ)
>ธรรมทาน คือการให้ที่ไม่เป็นวัตถุสิ่งของ ได้แก่ ให้สติ ให้ธรรมะ สอนคุณธรรม ให้กำลังใจ ให้วิทยาทาน
>อภัยทาน คือการยกโทษด้วยการไม่พยาบาทจองเวร บัณฑิตกล่าวเป็นทานที่ให้ได้ยากที่สุด โดยเฉพาะการให้อภัยกับศัตรูหรือผู้ที่ทำร้ายตนอย่างสาหัส เหล่านี้คือ ทาน
ในวันนี้ อาจารย์ได้ข้อคิดคติธรรม อย่างเข้าใจถ่องแท้ ด้วยการให้ทาน กับวนิพก ด้วยสติ ที่สมบูรณ์ คือจิตนิ่งใจนิ่ง พิจารณา จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำตรงหน้า ได้ยื่นปัจจัยจำนวน 20 บาท ใส่กระป๋องเก่าๆที่มีสภาพบุบ สีหลุดล่อน จนเห็นได้ชัด ที่วางอยู่ตรงหน้าวนิพกคนนั้นเมื่อยื่นใส่ไปแล้ว จึงมีสติขึ้นมาว่า ทำไมหนอ คนส่วนใหญ่ต่างก็ทำทานกันอยู่บ่อยๆ แต่เหตุใดจะให้ผลช้า สติก็ไปสัมผัสกับพลังงานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ท่านบอกว่า ไหนลองหยิบเงินของเจ้ามา แล้วยิ้มให้กับชายคนนั้น มองไปที่เขา ด้วยใจเมตตาสิ ผมทำตามทันที ผลคือใจสบายมาก สบายอย่างที่สุด ไม่ห่วง ไม่เครียด ไม่กังวลใด เราหลงไป คิดว่าให้คือให้ แต่ที่ไหนได้ การให้อย่างแท้จริง เป็นความสุขอย่างนี้เอง นี่หรือที่เรียกว่าให้ด้วยความเคารพในทาน ผลของทานจะบังเกิดให้เรามีความสุข อย่างแท้จริง นี่แหละคือสิ่งที่อยากให้ทุกคนลองทำดู เมื่อใดที่ให้ทาน จงเคารพต่อทานนั้น ให้ด้วยใจที่เมตตา แล้วผลทานนั้นจะย้อนมาหาเราอย่างรวดเร็ว
………
อาจารย์ภณทัต แสนสัมฤทธ์
คนเคลียร์กรรม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here